ปชป. รุมสวด “แม้ว” สุดชั่วจาบจ้วงในหลวง ชี้ต้องประหาร 7 ชั่วโคตร


นายเทพไท เสนพงศ์

นายเทพไท เสนพงศ์

โฆษกมาร์ค ชี้ แม้ว สุดชั่วจาบจ้วงเบื้องสูงรุนแรงต้องประหาร 7 ชั่วโคตร เย้ย “ฮุนเซน” ขาดแคลนกูรูนักเศรษฐกิจตั้งนักโทษเป็นที่ปรึกษา เชื่อ”แม้ว” ไม่กล้าเหยียบเขมร เพราะกำพืดเป็นคนกลัวตาย ยืนยันพร้อมเดินหน้าลากคอเข้าคุกทันที่ที่เหยียบแผ่นดินเขมร โฆษก ปชป. จี้หน่วยงานฝ่ายความั่นคงหามาตราจัดการสื่อที่เผยแพร่ ข้อความจาบจ้วง

วันนี้ (9 พ.ย.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาประเทศกัมพูชา ในวันที่ 12 พ.ย.เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ และบรรยายให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จำนวน 300 คน โดยตนตั้งข้อสงสัยว่า ประเทศกัมพูชามีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์มากขนาดนั้นจริงหรือไม่ และตนยังเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่กล้าเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาในวันดังกล่าวแน่นอน เพราะสัญชาตญาณของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนกลัวตายมากกว่าสิ่งใด โดยการเดินทางมายังประเทศกัมพูชา ยากที่จะดูแลความปลอดภัยของตนเอง ซ้ำยังมีศัตรูร่วมที่คอยชำระบัญชีแค้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเคยกระทำย่ำยีไว้ อยู่ในกัมพูชาหลายคน แต่หากสมเด็จฮุนเซนยังคงยืนยันให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าไป ก็ต้องเตรียมการอารักขาอย่างมโหฬาร

นายเทพไทกล่าวต่อไปว่า ท่าทีของสมเด็จฮุนเซน ที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุบสภา ล้วนสอดคล้องกับคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทยและการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง จึงอยากตั้งคำถามผ่านไปยังสมเด็จฮุนเซนว่า ได้ประโยชน์อะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ทั้งนี้การเดินทางไปประเทศกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่รัฐบาลไทยยังคงยืนยันว่าจะต้องดำเนินการตามสมธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้าม แดนอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้คำให้สัมภาษณ์ที่สมเด็จฮุนเซน ท้าให้ประเทศไทยปิดชายแดน ขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่มีความปรารถนาจะทำเช่นนั้น เพราะเรื่องนี้เป็นความขัดแย้งทางการทูต ไม่ใช่ระดับประเทศ และรัฐบาลไทยยังยึดผลประโยชน์ระหว่างไทย-กัมพูชา และประชาชนชาวไทย และชาวกัมพูชา

โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อถึงกรณีบทความของไทมส์ ออนไลน์ ตีแผ่คำสัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ โดย นายริชาร์ด ลอยด์ แพร์รี ที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันและส่งผลกระทบต่อสถาบันอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นการพาดพิงที่รุนแรงที่สุด ซึ่งตนไม่อยากขยายความไปมากกว่านี้ เพราะอ่านแล้วไม่สบายใจ ถ้าเป็นในสมัยอดีต พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องถูกตัดหัว 7 ชั่วโคตรไปแล้ว ดังนั้นอยากเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ออกมาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนในประเทศ

พร้อมกันนี้กรณีที่รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง นั่งรถประจำตำแหน่ง เลขทะเบียน ฌ ส 6575 และชนเด็กหญิงรายหนึ่ง ระหว่างการเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ อ.หัวหินเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฎว่า เป็นการกล่าวเท็จ เนื่องจาก นายสุเทพ มีรถ 2 คัน เลขทะเบียน ฌฌ7771 และ ฌฌ1777 และในช่วงระยะเวลาดังกล่าว นายสุเทพเดินทางไปประชุม ครม.โดยเฮลิคอปเตอร์ จึงฝากเตือนทีโฆษกพรรคเพื่อไทย ว่าขอให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะนำมาเผยแพร่ เพราะหากไม่เป็นเรื่องจริงจะส่งผลเสียหายต่อพรรคประชาธิปัตย์ในการเป็นแกนนำ รัฐบาล

นพ.บุรณัชย์ กล่าวถึงกรณีนิตยสารไทมส์ออนไลน์ เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุพาดพิงจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพาดพิงสถาบันเบิ้องสูง สังเกตุได้ว่าก่อนหน้านี้ ในปี 49-50 ได้มีการกล่าวพาดพิงสถาบันที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีการอ้างว่าเป็นการแปลที่ผิดพลาด จนต้องมีการขอพระราชทานอภัยโทษภายหลัง ซึ่งในครั้งนี้เป็นที่หน้าสังเกตุว่า คำพาดหัวมีการพาดพิงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และน่าสงสัยว่า มีการใช้ล็อบบี้ยิสต์ เพื่อดำเนินการ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาทิ หน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคง เพื่อให้พิจารณากับสื่อที่ลงข่าวดังกล่าว เพราะถือว่ากระทบกระเทือนจิตใจคนไทยทั้งชาติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเสนอรัฐบาลเพื่อประสานไปยังสื่อดังกล่าวขอให้ลบข้อความที่กระทบ สถาบันเบื้องสูง และความรู้สึกของคนไทยหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า จะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการประสานและดำเนินการต่อไป

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements