เอแบคโพลล์ชี้ “มาร์ค” โต้เขมรคะแนนพุ่ง-คนไทยรับไม่ได้ “ฮุนเซน” ย่ำยีศาล


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คะแนนนิยมพุ่งหลังจากตอบโต้ทางการทูตกับกัมพูชา

เอแบคโพลล์เผยคะแนนนิยม “มาร์ค” พุ่ง 3 เท่า เฉียดร้อยละ 70 หลังตอบโต้กัมพูชา กรณีแต่งตั้ง “นช.แม้ว” เป็นที่ปรึกษา แม้แต่ภาคอีสานยังหนุนเกินร้อยละ 50 ระบุผู้นำเขมรโจมตีศาลไทย ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นกลางหันมาสนับสนุนนายกฯ เพราะยังเชื่อในระบบยุติธรรมของประเทศ ชี้ชัด “แม้ว” เดินเกมพลาด ส่งผลคะแนนตีกลับ

วันนี้ (6 พ.ย.) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายหลังการเกิดความขัดแย้งกับรัฐบาลกัมพูชากรณีแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษา โดยผลการสำรวจพบว่า แนวโน้มการสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 3 เท่าตัว จากร้อยละ 23.3 ในเดือนกันยายน มาอยู่ที่ร้อยละ 68.6 ในการสำรวจครั้งล่าสุด ในขณะที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ร้อยละ 21.1 ส่วนอีกร้อยละ 10.3 ยังคงขออยู่ตรงกลาง

นอกจากนี้ นายนพดลกล่าวว่า แม้แต่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นฐานเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 53.1 ก็สนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบันเช่นกัน ทั้งนี้ เมื่อสำรวจเสียงสนับสนุนรัฐบาล พบว่ามีมากที่สุดในภาคใต้ ร้อยละ 88.2 ภาคเหนือร้อยละ 64.6 ภาคกลางร้อยละ 68.9 และกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 68.8

นายนพดลกล่าวอีกว่า ผลวิจัยครั้งนี้น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการให้สัมภาษณ์ของนายฮุนเซน ผู้นำกัมพูชาที่ออกมาในลักษณะโจมตีกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และกระแสข่าวที่ผู้นำกัมพูชาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีทุจริตจากประเทศไทยให้เป็นที่ปรึกษา ส่งผลให้กลุ่มคนที่อยู่ตรงกลางที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศและไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียกับอดีตนายกรัฐมนตรีหันมาสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศอยู่ ดังนั้น การเคลื่อนไหวทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ และการเมืองระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาครั้งล่าสุดจึงเป็นผลดีต่อการรักษาฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันมากกว่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์