ฎีกา! สั่ง “ป๋าเทพ” ล้มละลาย ยึดทาวน์เฮาส์ขายถูก


ป๋าเทพ โพธิ์งาม

ป๋าเทพ โพธิ์งาม

ศาลฎีกาพิพากษายืนให้ “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” เป็นบุคคลล้มละลาย หลังตรวจทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่าไม่เพียงพอต่อการชดใช้หนี้ ตลกดังฉุนจัดโวยไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกยึดทาวน์เฮาส์ขายทิ้งราคาถูก กรมบังคับคดีนัดเจรจาใช้หนี้แบงก์กรุงไทยเดือน ม.ค.ปีหน้า

วันนี้ (3 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 7 ศาลล้มละลายกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ โพธิ์งาม หรือเทพ โพธิ์งาม อายุ 60 ปี นักแสดงตลกและพิธีกรชื่อดัง เป็นจำเลยเรื่องขอให้เป็นบุคคลล้มละลาย และพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เนื่องจากเป็นหนี้ธนาคารกรุงไทย กว่า 3 ล้านบาท จากการทำสัญญากู้ยืมเงินไปซื้อทาวน์เฮาส์ย่านหมู่บ้านอมรรัตน์ ย่านพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.เมือง จ.ชลบุรี จำนวน 5 หลัง แต่ไม่ส่งเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย จนธนาคารกรุงไทยนำคดียื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดชลบุรี และได้มีคำพิพากษา เป็นคดีแดงที่ 693/2549 ให้นายสุเทพเป็นบุคคลล้มละลาย และให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาไปยังศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายอ้างว่า มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินตามที่โจทก์ฟ้องโดยมีบ้านและที่ดินใน จ.ราชบุรี รวมทั้งโค-กระบือที่เลี้ยงไว้หลายตัว และทรัพย์สินอื่นหลายรายการมูลค่าหลายล้านบาท ทั้งยังมีรายได้จากการเป็นพิธีกรในรายการต่างๆ จำนวนหลายแสนบาทต่อเดือน จึงขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งบุคคลล้มละลาย และพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดด้วย

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมหารือกันแล้วเห็นว่า จำนวนทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดเมื่อนำมารวมกันมีราคาประเมินเพียง 8 แสนบาท น้อยกว่าหนี้สินตามที่โจทก์ฟ้อง แม้จำเลยจะอ้างว่ามีรายได้กว่า 3 แสนบาทต่อเดือน แต่ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออ้างจำเลยไม่มีความชัดเจน จึงพิพากษายืนให้เป็นบุคคลล้มละลาย และพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่โจทก์ฟ้อง

ภายหลัง นายสุเทพที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมด้วย น.ส.ภัสราวรรณ ทรงพีระพัฒน์ ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ไม่เห็นด้วยที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดทาวน์เฮาส์ และที่ดินนำไปขายทอดตลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขายที่ดินให้แก่บุคคลทั่วไปในราคาถูกมาก ทั้งๆ ที่ตนเป็นเจ้าของแต่ไม่ยอมบอกกล่าวแม้แต่น้อย

“ผมรับว่าเป็นหนี้จริงก็ต้องชดใช้ ตรงไหนยอมได้ก็ยอม ตอนนี้ก็พยายามชดใช้หนี้คืนให้แก่ธนาคารอยู่แล้ว เหลือเงินที่ต้องคืนอีก 5 แสนกว่าบาท โดยวันที่ 26 ม.ค.53 กรมบังคับคดีได้นัดให้ผมไปพบเพื่อชี้แจงเรื่องการชดใช้หนี้ให้แก่ธนาคารกรุง ไทย ซึ่งผมก็ยังยืนยันว่าพร้อมจะชดใช้ให้อย่างแน่นอน แต่ทำไมธนาคารฯ ไม่ได้บอกกล่าวเรื่องนำทาวน์เฮาส์ไปขายให้รู้ เหมือนที่เอาหมายศาลมาแปะหน้าบ้าน พอถามก็บอกว่าลงประกาศหนังสือพิมพ์แล้ว ตรงนี้ผมรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไรเลย แล้วเอาทาวน์เฮาส์ไปขายแค่แสนกว่าบาท ราคาแสนกว่าบาท คิดดูเอาเองแล้วกันว่าหากเป็นเจ้าของโดนเอาบ้านไปขายบ้างจะรู้สึกยังไง” นายสุเทพกล่าวทิ้งท้าย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์