เชอร์รี่ ผุงประเสริฐ ความรักสุกงอม วิวาห์แฟนฝรั่ง


เชอร์รี่ ผุงประเสริฐ ทิม เอ็ดเวิร์ด

เชอร์รี่ ผุงประเสริฐ ทิม เอ็ดเวิร์ด

“เชอร์รี่ หนูผี” ควงแฟนฝรั่งตาน้ำข้าวเข้าประตูวิวาห์ ธีมรีไซเคิล-วินเทจ อุบสินสอดอ้างเป็นการตกลงระหว่างฝ่ายชายและพ่อแม่ แพลนฮันนีมูนออสเตรเลีย 1 เดือน และจะมีทายาทเอง 2 คน พร้อมกับขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมอีกหนึ่ง เจ้าบ่าวโชว์หวานเผยปิ๊งฝ่ายหญิงตั้งแต่แรกเห็น ชมเปาะเป็นคนสวย น่ารักและเก่ง แถมยังบอกรักกันทุกวัน

ซุ่มคบหาดูใจแฟนต่างชาติมานาน 3 ปี ในที่สุดความรักของพิธีกรสาว “เชอร์รี่ ผุงประเสริฐ” หรือ “เชอร์รี่ หนูผี” ก็สุกงอม จนได้ฤกษ์ควง “ทิม เอ็ดเวิร์ด” แฟนหนุ่มชาวเวลส์ วัย 31 ปี เข้าสู่ประตูวิวาห์ไปช่วงค่ำวานนี้ (28 ต.ค.) ที่โรงแรมสุโขทัย ทั้งนี้ก่อนที่จะมีพิธีเลี้ยงฉลองมงคลสมรสขึ้น ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้จูงมือกันมานั่งเปิดใจกับสื่อมวลชน โดยได้เล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นแห่งความรัก กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ว่า

เชอร์รี่ : “ครั้งแรกไปเจอกันที่กระบี่ เขาบอกว่าเห็นเชอร์รี่แล้วปิ๊งปั๊บเลย แต่ตัวเชอร์รี่เองยังไม่เห็นเขาในตอนแรก เพราะกำลังถ่ายหนังอยู่ เชอร์รี่ก็กำลังยุ่งกับการเข้าฉาก แต่เขาบอกว่าเขาเห็นเชอร์รี่ก่อนที่เชอร์รี่จะเห็นเขา ตอนนั้นสำหรับเราก็ยังไม่ได้ปิ๊ง ก็แค่คุยกันก่อน พอคุยไปเรื่อยๆ ก็คิดว่าเขาเป็นคนที่มีสมองเหมือนกันนะ (หัวเราะ)”

“เขาเป็นคนที่คุยสนุก เหมือนกับว่าเขาไม่ได้คุยเรื่องทั่วๆไป เขาเป็นคนที่คุยเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องมนุษย์ คือเขาเป็นคนที่ชอบเรียนรู้มาก และตรงนั้นมันเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเชอร์รี่ และพอเขาคุยก็ทำให้คิดว่า มันเป็นเรื่องที่เราไม่รู้จริงๆ มันก็เลยสนุก เชอร์รี่ก็ชอบฟัง”

“นี่แหละค่ะคือเสน่ห์ คือความเงียบๆของเขา (หัวเราะ) เขาเป็นคนนิ่งๆ เพราะเขาเป็นคนค่อนข้างขี้อาย นั่นก็คือเป็นเสน่ห์ของเขา เขาเป็นคนที่ไม่พูดมาก ให้เชอร์รี่พูด ก็เลยมีความรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดี เพราะเชอร์รี่เป็นคนที่คุยเก่งอยู่แล้ว และเขาเป็นคนที่ใจเย็นด้วย”

ทิม : “ผมรักเชอร์รี่ในส่วนที่เป็นคนสนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ชอบทำกิจกรรม ชอบเล่นกีฬาด้วยกัน”

เชอร์รี่ : “เราจะมีกิจกรรมด้วยกันค่อนข้างเยอะ อย่างตัวเขาเป็นครูสอนดำน้ำ และตอนนั้นเชอร์รี่ก็ปีนหน้าผา ก็มีหลายๆอย่างมากที่ทำด้วยกัน แล้วแต่ก่อนเชอร์รี่ก็ฝึกมวย เขาไม่ได้เล่นตรงนั้น แต่เขาก็มาสนใจด้วย และความสนใจเราก็คล้ายๆกัน คือเราชอบออกกำลังกายเหมือนกัน”

เจ้าสาวแย้มรู้ตัวอยู่แล้วแฟนหนุ่มจะขอแต่งงาน แย้มธีมงานวิวาห์เป็นแนววินเทจ-รีไซเคิล แต่อุบสินสอด

เชอร์รี่ : “วันที่เขาขอแต่งงานไม่ได้มีอะไรมาก มันไม่ได้เป็นเซอร์ไพร์ส คือรู้อยู่แล้วว่าเร็วๆนี้เขาจะขอแต่งงาน แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเอง เพราะเราคุยกันว่าจะแต่งงาน เขาก็ไปขอคุณพ่อคุณแม่ โดยที่เชอร์รี่อยู่ตรงนั้นด้วย เพราะฉะนั้นเราก็เลยรู้อยู่แล้วว่า ยังไงเขาก็ต้องขอแต่งงานเร็วๆนี้ แต่แค่ไม่รู้ว่าจังหวะไหน ก็หลังจากที่ไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ประมาณ 1 เดือน เขาก็มาขอ ตอนเช้าวันนั้นเชอร์รี่กำลังงัวเงียอยู่ แล้วเขาก็มาขอ มาใส่แหวนหมั้นแค่นั้นเอง ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมาประมาณปีกว่าแล้ว”

“สำหรับงานแต่งงานในวันนี้ เมื่อเช้าเป็นพิธีแบบไทยผสมจีน จะมีการรดน้ำสังข์ มีแขกมาประมาณ 50 ท่าน แล้วก็มีการยกน้ำชา ส่วนธีมงานเลี้ยงในตอนกลางคืนจะมี 2 ธีม ธีมนึงที่อยากได้มากๆเลยคือ เป็นธีมการเพิ่มความรู้เรื่องสภาวะโลกร้อน เป็นรีไซเคิล อีกอันคือวินเทจ เพราะยังไงแฟชั่นอันนี้กำลังมา อย่างทรงผม สร้อย ชุดทุกอย่างอยากให้เป็นวินเทจ หรือแขกบางคนเพื่อนๆที่สนิท เขาก็บอกจะแต่งวินเทจมาด้วย พี่สาวก็จะแต่ง”

“เรื่องสินสอดทองหมั้น จริงๆเราทำกันแบบสบายๆ อันนี้คงต้องถามคุณพ่อคุณแม่ เพราะเป็นเรื่องระหว่างเขากับคุณพ่อคุณแม่ ส่วนแหวนแต่งงานของเชอร์รี่จะเป็นเพชรสีเข้ม เพราะไม่ชอบเพชรที่เป็นเพชรใหม่สีใสๆ เราต้องการให้มันดูวินเทจนิดหนึ่ง ของทิมเป็นทองจากประเทศเวลส์ เราต่างคนต่างเลือกแบบ ของทิมเชอร์รี่ก็เป็นคนดูสไตล์ให้เขา ของตัวเองก็เลือกเอง”

หลังวิวาห์จะไปฮันนีมูนที่ออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นประเทศที่เจ้าบ่าวประทับใจ

เชอร์รี่ : “หลังแต่งเราก็จะอยู่เมืองไทย จะอยู่เรือนหอเป็นคอนโดแถวอ่อนนุช ส่วนเรื่องฮันนีมูนเชอร์รี่ก็ให้เขาเอ้าท์ไลน์มาทุกอย่างเลย เพราะเขาเป็นคนชอบเดินทางมากๆ ส่วนตัวเขาเองชอบประเทศออสเตรเลียมากๆ เขาเคยไปอยู่ประเทศออสเตรเลีย บอกว่าเป็นประเทศที่สวยมาก แล้วมันก็น่าจะเหมาะกับเรา ได้ไปปีนหน้าผา ไปดำน้ำ ไปทำโน่นทำนี่ เขาก็เลยแพลนทุกอย่างไว้ว่าจะไปเดือนนึง”

“เรื่องจดทะเบียนสมรสยังไม่ได้จดเลยค่ะ เมื่อไหร่ดีคะ (หันหน้าถามทิม)

ทิม : “เร็วๆนี้ (หัวเราะ) ตอนนี้ครอบครัวผมมาจาก UK ค่อนข้างเยอะ ก็เลยต้องดูแลแขกก่อน ยังไม่รู้ว่าจะไปจดทะเบียนที่เขตไหน”

เชอร์รี่ : “เราจะพาครอบครัวเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ก่อน เพราะเคยพาไปครั้งหนึ่งแล้ว และอาจจะไปประเทศอื่นด้วย อาจจะไปเขมร และทางใต้ของไทยอย่างกระบี่ ส่วนญาติอีกกลุ่มหนึ่งก็จะไปเขาใหญ่กับพวกเรา อาจจะพาไปแค้มป์ปิ้งสนุกๆ”

“เรื่องการใช้ชีวิตต่อไป เชอร์รี่ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะอยู่เมืองไทย หรือต่างประเทศ ก็ต้องดูว่าเขาสามารถหางานทำได้ที่ไหน ในอนาคตก็ต้องดูต่อไปนิดหนึ่ง ส่วนตัวเชอร์รี่เองก็สอนโยคะ และมีธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับโยคะ และมีถ่ายโฆษณา ถ้าต้องไปอยู่เมืองนอก ก็ยังต้องทำงานอยู่ เพราะยังไงก็เป็นบ้านเรา ก็คงไปๆมาๆ คงทิ้งไม่ได้ อย่างคุณพ่อคุณแม่ก็อยู่เมืองไทย ก็คงกลับไปกลับมาอยู่แล้วค่ะ”

เผยอยากมีทายาท 3 คน โดยจะปั๊มเอง 2 ส่วนที่เหลือจะไปขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม

เชอร์รี่ : “อันนี้คงอาจจะรอสักพัก อยากจะมีสักกี่คน (หันถามทิม)”

ทิม : “สองคนพอแล้ว”

เชอร์รี่ : “จริงๆแล้ว 2-3 คนด้วยแหละ ที่คุยกันอยากจะมีลูกด้วยกันเอง 2 คน แต่เราก็คุยกันแล้วว่าเราอยากรับลูกบุญธรรมมาด้วย เพราะเรามีความรู้สึกว่ามันมีเด็กเยอะที่อาจจะโดนพ่อแม่ทิ้ง และไม่ได้มีครอบครัว ก็แทนที่เราจะไปมีลูกของเราเองเยอะๆ เราก็น่าจะรับลูกคนอื่นมาเป็นลูกของเราด้วย จะเป็นเด็กไทยหรือประเทศอื่นก็ได้ ตอนนี้เรายังไม่คิดถึงตรงนั้น”

ต่างให้คำมั่นมีปากเสียงเมื่อไหร่ จะรีบเคลียร์กันทันที ฝ่ายชายปากหวานทั้งบอกรักและกล่าวชื่นชมฝ่ายหญิงไม่หยุด

เชอร์รี่ : “อาจจะเป็นเรื่องของคนสองคนอยู่ด้วยกัน ก็ต้องมีทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ แต่อันนี้เป็นเรื่องที่เราสัญญากันตลอดว่า ถ้าเรามีปัญหาอะไรที่ไม่เข้าใจกัน เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าปล่อยให้มันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วมันอาจจะมีเรื่องอะไรมาทับทำให้มีปัญหาเข้าไปอีกระหว่างสองคน นั่นก็คือสัญญาอันหนึ่งว่า เราจะเคลียร์กันตลอด และต้องไว้ใจกันและกันมากๆ แต่ไม่ใช่ว่าพอฝ่ายหนึ่งรู้ว่าเขาไว้ใจเรา เราอาจจะไปทำอย่างอื่นที่ทำให้เขาเสียความรู้สึก มันก็ไม่ใช่ คือเราก็ต้องไว้ใจและเคารพกันและกันด้วย”

ทิม : “ผมรักเชอร์รี่มาก เขาเป็นคนดีมาก เขาเป็นคนสนุก เขาเป็นคนน่ารัก (พูดตามเชอร์รี่) เขาเป็นคนสวย (พูดตามนักข่าว) เขาเป็นคนเก่ง”

เชอร์รี่ : “เขาก็เป็นคนน่ารัก และเป็นคนที่พูดกันได้ทุกเรื่อง เหตุผลหนึ่งที่เราสนิทกันมากๆ ก็คือคุยกันได้ทุกเรื่องจริงๆ มันสามารถเปิดอกคุยกันได้ทุกเรื่อง มันไม่เหมือนกับอย่างเวลาเราอยู่กับเพื่อนผู้หญิง เราคุยเรื่องที่อาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับค่อนข้างส่วนตัว แต่อยู่กับเขาเราคุยกันได้ทุกเรื่อง เหมือนเป็นพ่อแม่พี่น้อง เหมือนเป็นคนในครอบครัว”

ทิม : “เดี๋ยวๆ (ทำท่านึกได้) เขาเป็นคนสุภาพ และเขาเป็นคนเรียบร้อยครับ (หัวเราะ)”

เชอร์รี่ : “เขาอาจจะไม่เข้าใจว่าสุภาพเรียบร้อยคืออะไร เชอร์รี่ก็บอกเขาว่าคุณนี่แหละสุภาพเรียบร้อยไม่ใช่ฉัน (หัวเราะ)”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements