เปิดตัว “ลูกป๋ารายล่าสุด” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำ ตท.12 รับศึก “ทหารรับจ้างทักษิณ” โดย นกหวีด


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ถึงเวลานี้คงไม่เป็นที่คลุมเครืออีกต่อไป “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งในพรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยเป้าหมายและวัตถุประสงค์ใด

มองเป็นอื่นไปไม่ได้ว่า ก็แค่มารับงานเป็น “ทหารรับจ้าง” ของนักโทษชายหนีคดี

โดยเฉพาะที่เป็นผลงานชิ้นโบดำ กับการรับหน้าที่โบรกเกอร์นายหน้าของทักษิณ ในการเดินสายดึง ฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา เข้ามาร่วมวงป่วนจุดไฟเผาบ้านป่วนเมือง

เชื่อว่า ไม่เฉพาะคนไทยทั่วไป แม้แต่คนเสื้อแดงที่มีจิตใจรักชาติที่แท้จริง มีจิตสำนึกที่ดีต่อบ้านเมืองยั้งคิดสักนิดก็จะทราบการเดินหมากนี้ของทักษิณ ผ่านทหารแก่รับจ้างครั้งนี้ ในการดึงผู้นำเพื่อนบ้านที่ไม่เคยแสดงไมตรีอย่างมิตรที่จริงใจอย่างฮุนเซน

เป็นการเล่นเกมที่เลยเถิดจนเกินไปหรือไม่ ทำทุกวิถีทางเพื่อเป้าหมายในการแย่งชิงอำนาจ แม้แต่กวักมือเรียกอริเข้ามาถล่มบ้านตัวเอง เป็นเรื่องสมควรหรือไม่

ทรยศชาติ…หรือเปล่า?

นี่ก็เห็นวางแผนจะเดินทางไปพบกับผู้นำพม่า และต่อด้วยมาเลเซีย และก็คงเป็นไปในรูปแบบเดิม คือหาวิธีที่จะสร้างแรงปั่นป่วนรัฐบาล เพียงแค่ฝ่ายถือครองอำนาจรัฐปัจจุบันคือฝ่ายตรงข้าม

“ขงเบ้งแห่งกองทัพบก” มันสมองชั้นเลิศ ฉลาดปราดเปรื่อง จะมีประโยชน์อันใด ถ้าความเป็นยอดนั้นทำลายบ้านเมืองและแผ่นดินเกิดของตัวเอง

แต่ที่มองผ่านไม่ได้ กับการเดินเกมใช้ “จิ๋ว” จ้างทหารแก่เดินเกมล้มรัฐบาลครั้งนี้ ถ้ามองภาพรวมในแผน “ทักษิณ” ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ที่เริ่มเข้าสู่โหมดการต่อสู้ โดยดาหน้ากันมาเป็นแผง

ไม่หวังพึ่งพาเพียงงานด้าน “มวลชน” ม็อบเสื้อแดงเพียงอย่างเดียว เพราะผลงาน “สามเกลอหัวขวด” แล้ว ขยันสูบขยันดูดไปเท่าไหร่ ผลที่ได้รับกลับมาคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ แผนปฏิวัติประชาชนของบางปีก เพ้อฝันเลื่อนลอยเกินไปหรือเปล่า

ขณะที่เวลางวดเข้ามาทุกที…ทักษิณถึงต้องปรับแผน

หันมาเลือกใช้ทหารแก่ที่ยังมีพิษสงอย่าง พล.อ.ชวลิต เดินเกม ที่แม้งานถนัดทางด้าน “ใต้ดิน” จะยังไม่เห็น

แต่ ภารกิจ “บนดิน” ดึงเพื่อนบ้านมาเผาเรือน เห็นฤทธิ์จะแจ้ง “โลกล้อมประเทศ” แบบ “ย่อขนาด” เพราะแผนเดิมกลายเป็นมุกแป้ก นานาประเทศส่วนใหญ่ดูออกถึงแผนร้าย เว้นเสียแต่ประเทศเพื่อนบ้านซื้อได้ และก็อย่างที่เห็นๆ ที่ฮุนเซนแข็งกร้าวจะไม่ยอมส่งตัวนักโทษให้ทางการไทย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

นักโทษหนีคดีคนสำคัญๆ ก่อนหน้านี้ กี่รายต่อกี่รายที่หนีข้ามฝั่งไทยไปก็ไม่เคยถูกส่งตัวกลับตามการร้องขอ เพราะหากใครทำผิดหนีข้ามไป ถ้ากล้าทุ่มทุนก็อยู่รอดปลอดภัยได้เสมอ

ส่วนที่ทักษิณดึงเอาเพื่อนร่วมรุ่น เตรียมทหารรุ่น 10 เข้าพรรคเป็นโขยงใหญ่ รวมทั้งบรรดาอดีตข้าราชการเกษียณ หรือการส่งสัญญาณผ่าน “บอร์ดพี่น้องชินวัตร” ให้ต่อสายถึงเสือสิงห์กระทิงแรด เรียกลูกน้องเก่าให้กลับเข้าคอก

นั่นก็เป็นเพียงอีกส่วนหนึ่งของแผนการตลาด สร้างภาพของพรรคเพื่อไทย และระบอบทักษิณให้กลับมามีชีวิตชีวา มีความหวังที่นายใหญ่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ทว่า ยังถือว่าได้มือดีมาเสริมทัพ โดยเฉพาะบางรายกับงานลับ งานใต้ดิน สอดประสานกับ สาย “โอลด์เติร์ก” ทหารเฒ่ารุ่นพี่ และจอมป่วนตัวพ่อที่โหยหาอำนาจ

ถึงเวลานี้มีสัญญาณมาแล้ว ทั้งอดีตนายทหาร เครือข่ายข้าราชการระบอบทักษิณที่ฝังรากลึก นักการเมืองพรรคเพื่อไทย มืองานใต้ดิน กองทัพเสื้อแดง ตลอดจนแนวร่วมจากพรรคการเมืองต่างๆ จะเริ่มแผนโค่นล้มอำนาจรัฐ กันในเดือนพฤศจิกายน

ตามเป้าหมาย “ปิดเกม” ให้ได้ ก่อนปลายปี??

ที่ต้องเป็นปลายปีเป็นอย่างช้า ก็อย่างที่รู้ คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านงวดเข้ามา และแนวโน้มจะมีคำพิพากษาไม่ปลายปี ก็เป็นเดือนมกราคมปีหน้าเป็นอย่างช้า “ทักษิณ” จึงต้องสู้ทุกทาง เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินก้อนใหญ่ก้อนนี้ถูกยึด

ที่น่าเป็นห่วง เพราะธงป่วนปิดเกมถูกโยนลงมาแล้ว โดยเป้าหมายอาจเพียงเพื่อเพิ่มน้ำหนักในการเจรจาต่อรอง แต่อีกทางหนึ่งหากไม่ได้รับการสนองตอบ ก็เชื่อได้ว่า “เกมแรง” ของทักษิณจะต้องเพิ่มดีกรีเดือดอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่สำคัญเกมป่วนที่มีการประกาศแล้วว่าจะเกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวปลายเดือนพฤศจิกายน ไปสู่เดือนธันวาคม เดือนมหามงคลของคนไทยทั้งชาติ

“ทักษิณ” คิดอะไร มีเป้าหมายอะไรต่อไป เชื่อว่าฝ่ายถืออำนาจรัฐ ทั้งรัฐบาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และคนไทยทั่วไปจะต้องประเมินสถานการณ์ให้ขาด

ควรตระหนักในภัยครั้งนี้ เป็นภัยที่จะกระทบต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ เพราะ

หากพิจารณาให้ดี ยุทธศาสตร์และแผนของทักษิณ ไม่ใช่มีเป้าหมายเพื่อโค่นรัฐบาล หรือล้มล้างอำมาตย์ อย่างที่คนเสื้อแดงพยายามเบนเป้าหมายที่แท้จริงของทักษิณเพียงเท่านั้น

แม้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คือเป้าหมายหนึ่ง แต่ก็คือเป้าหมายที่นำไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า โดยเฉพาะความสงบสุขของบ้านเมือง ที่เห็นแล้วว่าแผนการของทักษิณ ไม่ได้คำนึงถึงใดๆ ในเรื่องนี้

หากเห็นแล้วว่าเป็นภัยของความมั่นของของชาติโดยรวม จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับฝ่ายที่คิดร้ายต่อชาติบ้านเมืองเพียงลำพัง

เพราะทุกวันนี้ ผู้อาวุโสบ้านสี่เสาฯ เหมือนจะโดดเดี่ยว แม้จะมีจิตใจเข้มแข็ง ฮึกเหิมห้าวหาญอย่างชายชาติอาชาไนยเพียงใดก็ตาม แต่ด้วยวัยที่ผ่านพ้น ทหารม้าก็ย่อมอ่อนล้ากำลังลงไป โดยเฉพาะถูกฝ่ายระบอบทักษิณรุมถล่มอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง

จนอดสงสัยไม่ได้ว่า “ลูกป๋า” หายไปไหน??

แต่ถือเป็นสัญญาณที่ดี ในวันที่ พล.อ.เปรม ออกมาประกาศกร้าวท้าชนกับการคิดคดทรยศต่อชาติ มีแม่ทัพนายกองยืนเป็นแบ็กกราวนด์อยู่เบื้องหลัง แสดงพลังให้เห็น

แม้งานนั้นว่ากันว่ามี “คำขอ” เพื่อให้มาร่วม และหลายรายจะไม่ใช่ “ลูกป๋า” สายตรง

แต่เชื่อว่า หากแม่ทัพนายกองได้คิดพิจารณา และตระหนักถึงภัยร้ายต่อบ้านเมืองที่ย่างกรายเข้ามาทุกขณะ ความเป็นนายทหารที่ถือสัตย์ปฏิญาณ ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยามากันทุกผู้นาม ย่อมรู้และไม่ละวางในภาระหน้าที่

โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ทหารเสือราชินี ที่ยึดถือภารกิจหน้าที่ปกปักษ์รักษาสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นที่ตั้ง

ที่ผ่านมา บิ๊กป๊อกพยายามถอยระยะห่างออกจากการเมือง ไม่ว่าจะสีเสื้อใด แม้กระทั่งกับ “พี่ใหญ่” ในก๊วน “3 ป.บูรพาพยัคฆ์” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ข้องแวะกับพรรคภูมิใจไทยชัดเจน เพื่อทรงตัวในขวบปีสุดท้ายบนเก้าอี้ ผบ.ทบ.

แต่ขณะเดียวกัน หากเป็นเรื่องที่ต้องแสดงออกในหน้าที่ ชาติทหารเสืออย่าง พล.อ.อนุพงษ์ คงไม่ละทิ้งในหน้าที่

และบิ๊กทหารอีกราย ที่ต้องจับตา “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.ที่คาดหมายว่าจะนั่งเก้าอี้เบอร์ 1 ของกองทัพบกคนต่อไป รายนี้ไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้วในความจงรักภักดี

ทหารเสือราชินีน้องเล็กในกลุ่ม “บูรพาพยัคฆ์” รายนี้ พยายามไม่เอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองในสายใดให้ เด่นชัดเหมือนพี่ใหญ่พยัคฆ์บูรพา แต่ทว่ากลับกลายเป็นที่เกรงขามของฝ่ายตรงข้าม

ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกหยิบยกมาพูดถึงในหมู่คนระบอบทักษิณมาโดยตลอดว่าจะเป็นขวากหนามสำคัญที่ คอยขัดขวาง เป็นอุปสรรคในแผนการของ “นายใหญ่”

ด้วย เพราะเป็นนายทหารที่มี “ต้นทุน” ในตัวเอง เป็นนายทหาร “ตัวจริงเสียงจริง” ในการเชื่อมถึงบางสัญญาณ และพี่น้องในกลุ่มได้แอบอิง รวมทั้งเป็น “อนาคต” ที่จะสานต่อสายทหารเสือในกองทัพ เช่นเดียวกับ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1

นอกจากนี้ ว่าที่ ผบ.ทบ.รายนี้ ยังเป็นแกนหลักที่จะนำพากลุ่มเพื่อน ตท.12 ให้เข้าสู่ยุคทองในวันข้างหน้า และวันนี้เครือข่ายเพื่อนพ้องของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เริ่มตบเท้าเข้าสู่แผงอำนาจกองทัพ

ทั้ง พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง เสธ.ทบ.ที่เตรียมขึ้นเป็นเสธ.ทบ.คู่ใจให้เพื่อนในวันหน้า พล.ท.โปฎก บุนนาค ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พล.ต.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.วรรณวิทย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3

และเคยคุมกำลังระดับกองพล และหน่วยสำคัญ รอคิวกลับเข้าไลน์เป็นขุมกำลังของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันหน้า ทั้ง พล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ ประธานที่ปรึกษา บก.ทท. พล.ต.วิลาศ อรุณศรี พล.ต.ยอดยุทธ์ บุญญาธิการ และ พล.ท.ชวลิต จารุจินดา ฯลฯ

รวมทั้งเพื่อน ตท.12 คนสำคัญ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี ที่เชื่อมต่อสายสัมพันธ์ให้พล.อ.ประยุทธ์ สู่บ้านสี่เสาเทเวศร์

จนอาจเรียกได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือ “ลูกป๋ารายล่าสุด”

และเป็นว่าที่ ผบ.ทบ.ที่จะนำพากองทัพปฏิบัติภารกิจรักษาอธิปไตยของชาติ รักษาความสงบบ้านเมือง พิทักษ์รักษาสถาบันฯ และราชบัลลังก์

อย่างที่ทหารเสือรายนี้เคยกล่าวไว้ด้วยเสียงอันหนักแน่น!!