เขมรเหิมหนักข้อ! ลุยสร้างเขื่อนกักน้ำบน “เขาวิหาร” – สุดด้านไม่สนไทยประท้วง


ชุมชนเขมร ใกล้ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ

ชุมชนเขมร ใกล้ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ

ทหารเขมรเหิมหนักข้อ ลุยสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำบน “เขาพระวิหาร” ใกล้วัดแก้วฯ พื้นที่ 4.6 ตร.กม. สุดด้านไม่สนไทยประท้วง ส่วนทหารไทยได้แต่จับดูใกล้ชิดไม่สามารถห้ามปรามได้เกรงกระทบความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ เผยกัมพูชาตั้งฐานรวมพลที่ “ช่องคานม้า” คึกคักเตรียมพร้อมเคลื่อนสมทบ “ภูมะเขือ” ด้านตะวันตกเขาวิหารหากเกิดเหตุปะทะ

วันนี้ (25 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษ ว่า จากกรณี นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลกัมพูชา ได้ประกาศสนับสนุนช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษชายหนีคดีอาญาแผ่นดิน อย่างแข็งกร้าวต่อรัฐบาลไทยและกระบวนการยุติธรรมไทยนั้น ล่าสุดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทหารทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังเข้มตามบริเวณเขาพระวิหารเช่นเดิม และไม่มีรายงานการเสริมกำลังเพิ่มเติมแต่อย่างใด เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้มีการเสริมกำลังทหาร รถถัง และอาวุธหนักตลอดแนวชายแดนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาแล้ว

ขณะที่บริเวณลำห้วยซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เก่า กับ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ บริเวณโคปุระชั้นที่ 1 ด้านทิศตะวันตกของประสาทพระวิหาร ที่ทหารไทยและทหารกัมพูชาตรึงกำลังกันอยู่ในขณะนี้ ปรากฏว่า ฝ่ายกัมพูชาได้มีการปรับเตรียมพื้นที่เพื่อจะทำการก่อสร้างเขื่อนหรือฝายกัก เก็บน้ำไว้ใช้

ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนและอยู่ในพื้นที่อ้าง สิทธิ 4.6 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ทางฝ่ายไทยจึงได้ทำหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว แต่ทางฝ่ายกัมพูชายังเมินเฉยและยังคงเดินหน้าสร้างเขื่อนหรือฝายกักเก็บน้ำ ดังกล่าวต่อไป โดยมีทหารไทยคอยเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และไม่สามารถที่จะห้ามปรามได้ เนื่องจากเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา

ขณะเดียวกัน ที่บริเวณช่องคานม้า ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.เสาธงชัย อ.กันทร์ลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นปากทางที่จะขึ้นไปยังภูมะเขือ ทางด้านทิศตะวันตกเขาพระวิหาร ได้มีทหารกัมพูชาจำนวนมากมาตั้งฐานบัญชาการและรวมพลกันอยู่อย่างคึกคัก โดยที่บริเวณช่องคานม้านี้ทหารกัมพูชาสามารถเคลื่อนกำลังขึ้นไปยังภูมะเขือ จุดที่เคยมีการปะทะกันรุนแรงระหว่างทหารกัมพูชากับทหารไทยและเป็นบริเวณที่ ทั้ง 2 ฝ่ายตรึงกำลังกันอยู่ในขณะนี้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะระยะทางไม่ไกลจากบริเวณดังกล่าว

ทางด้าน นายคณิต แสนสา อายุ 72 ปี เจ้าของโรงเรียนแสนสาวิทยา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้เขียนตำนานการสร้างปราสาทพระวิหาร กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งกรณีเขาพระวิหารยืดเยื้อมานานหลายสิบปีแล้ว และนับวันจะกลายเป็นปัญหาอมตะระหว่าง 2 ชาติ คือ ไทย-กัมพูชา ดังนั้น จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาควรใช้โอกาสในการประชุมสุดยอด ผู้นำอาเซียนครั้งนี้ มาพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน 2 ฝ่ายอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เกิดสันติสุขบริเวณเขาพระวิหาร และประชาชนทั้ง 2 ชาติสามารถได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในอนาคตต่อไป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์