ปธน.จีนปลื้มปีติ “ในหลวง” ทรงหายพระประชวร


ปธน.จีนปลื้มปีติในหลวงทรงหายพระประชวร

ถกอาเซียนวันสุดท้าย ผู้นำลงนามเอกสารสำคัญหลายฉบับ “มาร์ค” สละเก้าอี้มอบธงเจ้าภาพให้เวียดนาม ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีจีนปลื้มปีติ “ในหลวง” หายจากพระอาการประชวรผ่าน “เหวิน เจีย เป่า”

วันนี้ (25 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันสุดท้ายของการประชุมอาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 15 ที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งกำหนดการอย่างเป็นทางการนั้นในเวลา 09.00 น. มีการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 (4th East Asia Summit) จากนั้นเวลา 11.30 น. มีการหารือระหว่างอาหารกลางวันของผู้นำประเทศผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด เอเชียตะวันออก และไฮไลต์ของการประชุมครั้งนี้จะอยู่ที่เวลา 13.30 น. จะมีพิธีลงนามเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และจะมีพิธีปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ในเวลา 14.00 น. โดยผู้นำชาติอาเซียนและประเทศคู่เจรจาทั้ง 6 ประเทศจะคล้องแขนจับมือถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฐานะประธานอาเซียน จะส่งมอบธงอาเซียนให้กับผู้นำของเวียดนามเพื่อเป็นประธานอาเซียนและเป็นเจ้า ภาพจัดการประชุมอาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 16 ต่อไป และปิดท้ายรายการในเวลา 14.15น. ที่นายอภิสิทธิ์ จะเปิดแถลงข่าวทิ้งทวนแก่สื่อมวลชนในฐานะประธานการประชุมฯ และจะเปิดให้สื่อมวลชนไทยสัมภาษณ์ในเวลา 15.30 น. แต่ทั้งนี้หลังจากปิดการประชุมอาเซียนแล้วยังคงมีประชุมย่อยในเวลา 15.00 โดยเป็นการประชุมสุดยอดแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 4 ฝ่าย บรูไน-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 6 (6th BIMP-EAGA Summit

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ได้เข้าพบและหารือกับนายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 โดยนายกฯ จีน กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน ประธานาธิบดีจีนได้แสดงความปลื้มปีติและส่งความปรารถนาดี ผ่านนายกรัฐมนตรีจีนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรมาในโอกาสนี้

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวขอบคุณนายกฯ จีนที่ได้แสดงความห่วงใยและส่งความปรารถนาดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอบคุณที่ทางรัฐบาลจีนได้ถวายการต้อนรับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นอย่างดีในทุกครั้งที่ พระองค์ทรงเสด็จไปเยือนเมืองจีน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังคงระลึกถึงการไปเยือนเมืองจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่าน มาและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทางรัฐบาลจีน และได้รับการสนับสนุนผลักดันความร่วมมือ ในหลายประเด็น อีกทั้งเมื่อเดินทางกลับมาถึงเมืองไทย ภาคธุรกิจจากจีนได้ให้ความสนใจเพิ่ม การค้าการลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจีน มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เเละในโอกาสที่ปีหน้าเป็นปีแห่งการครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-จีน 35 ปี จะขอเชิญนายก รัฐมนตรีจีนเยือนประเทศไทย นอกจากนี้ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนจะได้มาเยือนประเทศไทยซึ่งจะช่วย กระชับความสัมพันธ์ในทุกระดับระหว่างสองฝ่ายให้มากยิ่งขึ้น

ในประเด็นด้านความร่วมมือ รัฐบาลไทยได้ติดตามความร่วมมือด้านรถไฟและระบบรถราง ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งคณะทำงานในด้านนี้มารองรับซึ่งคาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมจะได้เดินทางไปทาบทามรัฐบาลจีนเพื่อร่วมลง ทุนโดยเฉพาะการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งออก

นายอภิสิทธิ์ยังขอบคุณรัฐบาลจีนที่ริเริ่มความร่วมมือหลายอย่างที่ สนับสนุนความ ร่วมมือของภูมิภาคในกรอบอาเซียน โดยเฉพาะข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีจีนหลายข้อต่อที่ประชุม แม้ว่าวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของรัฐบาลไทยจะหมดลงในปีนี้ แต่จะยังคงยืนยันการสานต่อการสนับสนุนบทบาทของจีนต่ออาเซียนต่อไป นอกจากนี้ ในระยะสั้น รัฐบาลไทยจะผลักดัน “มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (Chiangmai Initiative)” ให้เป็นรูปธรรม

ทางด้านมิตรภาพของรัฐบาลไทย-จีน ได้ผ่านการพิสูจน์ผ่านกาลเวลาและกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ในฐานะประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ได้ติดตามความก้าวหน้าของไทยมาโดยตลอด และขออวยพรให้รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ ให้ก้าวหน้า มั่นคง และประชาชนในประเทศมีความสุข

สำหรับในปีหน้าที่จะครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 35 ปี รัฐบาลจีนยินดีให้ความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์สองฝ่ายไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของจีนในอาเซียน เศรษฐกิจของไทยสามารถส่งเสริมจีนได้มาก และทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่กันโดยตลอด ทางจีนเห็นว่าไทยควรใช้ประโยชน์จากคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจที่ทั้งสอง ฝ่ายมีอยู่แล้วเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศให้เต็มที่ สำหรับเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยต่อโครงการความร่วมมือรถรางและหัวรถจักร รวมทั้งความร่วมมือด้านพลังงานรัฐบาลจีนมีความยินดีและท่าทีในเชิงบวก โดยจีนได้เสนอสินเชื่อส่งออกต่อไทยในปีเพื่อเสริมสร้าง โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในไทย นอกจากนี้ การค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และการขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่จำเป็น และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้สนับสนุนจีน รวมทั้งได้แสดงบทบาทในเชิงสร้างสรรค์ในฐานะประธานอาเซียนในการส่งเสริมบทบาท ของจีนต่อการร่วมมือกับอาเซียนในหลายด้าน

ในตอนท้ายนายอภิสิทธิ์ได้ยืนยันการผลักดันความสัมพันธ์ทางการทูตที่ จะครบรอบ 35 ปี ไทย-จีน ในปีหน้า และการผลักดันการดำเนินการเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยเร่งรัดการ ดำเนินงานผ่านคณะกรรมการร่วมในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และขอชื่นชมรัฐบาลจีนโดยเฉพาะ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประธานาธิบดีของจีนได้แถลงต่อที่ประชุมสหประชาชาติกล่าวสนับสนุนการแก้ไข ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ณ สถานที่จัดประชุมสหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ค

ทางด้านจีนได้กล่าวว่า ท่าทีของรัฐบาลจีนต่อปัญหาดังกล่าวเป็นจุดยืนที่ไม่เคยเปลี่ยน และต่อจากนี้ จะได้แสดงจุดยืนดังกล่าวในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ให้ได้ผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีไทยและรัฐบาลไทยที่ได้กรุณาเชิญมาเยี่ยมเยียนเมืองไทย หลายครั้ง และหวังว่าจะได้มีโอกาสมาอีก อีกทั้งเห็นว่าทั้งสองประเทศควรรักษาประเพณีการเป็นครอบครัวเดียวกัน

เว็บไซต์ http://www.thaigov.go.th รายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับนาย John Key นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ก่อนการประชุมความร่วมมือเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 ณ โรงแรมดุสิต รีสอร์ต หัวหิน โดยมี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานคณะผู้แทนการค้าไทย เข้าร่วมหารือด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมแจ้งว่า อาเซียนได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างกันอย่างไม่เป็นทางการ รวมทั้งยังได้มีการประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา คือ จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ในวันนี้ ที่ประชุมจะได้มีการหารือความร่วมมือเอเชียตะวันออก ซึ่งจะมีวาระสำคัญทั้งความร่วมมือทั้งประเด็นเศรษฐกิจและสังคม ทั้งด้านการค้า การลงทุนและความมั่นคง ซึ่งนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า อยากเห็นความร่วมมือในภูมิภาคขยายกรอบมากกว่าการค้าและการลงทุนไปสู่ด้าน สังคมและเทคโนโลยีด้วย

นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์แสดงความยินดีที่ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง และการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ของไทยที่ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับความร่วมมือระหว่างอาเซียนและนิวซีแลนด์ ภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่มีผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการค้าและการลงทุนที่การเติบโตอย่างต่อเนื่องและเชื่อว่าทั้งสอง ภูมิภาคยังมีศักยภาพในการขยายตัวและพัฒนาได้อย่างกว้างขวางและลึกซึ้งมาก ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังได้ขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศอย่าง ต่อนื่อง อาทิ ความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างนิวซีแลนด์และจีน และความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างนิวซีแลนด์และมาเลเซีย สำหรับความตกลง Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership (TNZCEP) ก็ทำให้ปริมาณและมูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวแสดงความประทับใจต่อการปฏิรูปการบริหาร จัดการภายรัฐของนิวซีแลนด์ ซึ่งมีรูปแบบที่น่าสนใจโดยได้นำนักวิทยาศาสตร์ และนักวิชาการชั้นนำ โดยให้เป็นที่ปรึกษาของภาครัฐ ทำให้มีการเชื่อมต่อระหว่างนักวิชาการ ภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศต่อไป

จากนั้น นายอภิสิทธิ์หารือทวิภาคีกับนาย Kevin Rudd นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ณ โรงแรมดุสิตรีสอร์ต หัวหิน โดยมี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานคณะผู้แทนการค้าไทย เข้าร่วมหารือด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาเซียนพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของออสเตรเลียต่อการพัฒนาความร่วม มือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าจะต้องขยายความร่วมมือให้กว้างขวางนอกเหนือไปจาก ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ไปสู่ความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและประเด็นสังคมอื่นๆ ครอบคลุมความร่วมมือทั่วภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยินดีที่เห็นพระองค์ปรากฏพระวรกายผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันศุกร์ 23 ตุลาคม ด้วยพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้ทรงเป็นขวัญใจของชุมชนของคนไทยในออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังเป็นเคารพของคนออสเตรเลียเช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยังชื่นชมสุนทรพจน์เปิดการประชุมของนายกรัฐมนตรี ที่แสดงเจตนารมย์ไม่เพียงแต่กระชับความร่วมมือภายในภูมิภาคยังขยายแนวร่วม และมิตรประเทศนอกภูมิภาค เพื่อเตรียมรับกับความท้าทายต่างๆ สำหรับการหารือเพื่อพัฒนากรอบการประชุมเอเชียตะวันออกในวันนี้จะได้มีการพูด คุยการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ตามทิศทางของการประชุมระหว่างโลกในเวทีอื่นๆ โดยเฉพาะการประชุม G-20 การประชุมเอเปกในเดือนหน้าด้วย

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความก้าวหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยว่า จะสามารถเห็นการเติบโตของไทยในทางบวก อยู่ที่รัอยละ 2-4 ในปีหน้า จากการดำเนินการลงทุนปรับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงต้องเดินหน้าการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้างศักยภาพและความสามารถทางการแข่งขัน การศึกษา ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความวิตกในการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานข้อกำหนดด้านภาษา อังกฤษสำหรับแรงงานต่างชาติในออสเตรเลีย ซึ่งไทยได้แจ้งว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อพ่อครัวแม่ครัวไทยและกิจการร้านอาหารไทย ในออสเตรเลีย ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยังรับปากจะนำข้อห่วงใยของไทยนำไปพิจารณาอีก ครั้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์