สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข สะอื้นโนขอโทษ “โกโก้” โต้อกตัญญู หนูไม่ผิด!


สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข

สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข

“สายป่าน” น้ำตาคลอ เซย์โนสัมภาษณ์คู่ “โกโก้” บอกไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันแล้ว เพราะทำเสียความรู้สึก ลามไปถึงพ่อแม่ด้วย โต้อกตัญญู ดังแล้วชิ่งหนี แจงถ้าเป็นคงทำไปนานแล้ว และไม่มีเรื่องเงินทอง หรือมีผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่เข้ามาเกี่ยว ลั่นพร้อมถ้าต้องขึ้นศาล แต่ย้อนถามจะฟ้องเรื่องอะไร เพราะตนไม่เคยทำผิดสัญญา

เรียกว่าแรงด้วยกันทั้งคู่ ทั้งที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน ก่อนหน้านี้เห็นนางเอกสาว “สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข” ที่ไหน เป็นต้องเห็นผู้จัดการส่วนตัว “โกโก้ นิรุณ ลิ้มสมวงศ์” ตามไปคอยประกบดูแลอยู่ไม่ห่าง แต่พอมีเรื่องทะเลาะกันบานปลายใหญ่โต เป็นเหตุก่อชนวนทำให้จวนจะยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปีกันอยู่รอมร่อ

ล่าสุดทั้งคู่ได้มาป๊ะหน้ากันในงานฉลองรายได้เข้าสู่ 70 ล้านของภาพยนตร์เรื่อง “หอแต๋วแตก แหกกระเจิง 2” สาว “สายป่าน” ถึงกับเดินเมินหน้าหนี หลังเห็น “โกโก้” กำลังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว และขณะที่อยู่ภายในงานสังเกตได้ว่า “โกโก้” ได้ควักกล้องหันไปถ่ายภาพบนเวที ตอนเหล่าดาราขึ้นรับรางวัล สลับกับถ่ายภาพนางเอกสาวอยู่เป็นระยะ แต่ “สายป่าน” ก็ทำไม่สนใจ และไม่มีการมองไปหาแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่นั่งตรงกันแค่คนละฝั่งเท่านั้น พอจบงานนางเอกสาวจึงมาเปิดใจว่า ไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์คู่ เพราะไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว

“ยังไม่เห็นเลยค่ะ แต่รู้ว่าเขามา เห็นเขาสัมภาษณ์อยู่ แต่ว่าไม่ได้ทักทาย แต่ถ้าจะให้สัมภาษณ์คู่ไม่พร้อมค่ะ เพราะก่อนหน้านี้มีการนัดหมายกันแล้ว แต่พี่เขาไม่สะดวกไป หนูก็เลยรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจะพูดกับพี่เขาแล้ว เพราะไอ้ไม่นัดก็ไป แต่พอนัดหมายกันแล้วก็ไม่ไป ก็เหมือนกับพี่เขาคงไม่พร้อม ดังนั้นต่อไปนี้หนูก็คงไม่พร้อมเหมือนกัน”

“ความ สัมพันธ์เราคงไม่เหมือนเดิมแล้ว คงเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว คงร่วมงานกันอีกไม่ได้แล้ว แต่เรื่องสัญญาคือคำว่าฉีกสัญญาคงแรงไป และเรื่องนี้ป่านคงพูดอะไรมากไม่ได้ ขอยังไม่พูดเรื่องสัญญาดีกว่า แต่ในเรื่องที่เขาเบี้ยวไม่ยอมมาตามนัด คือเริ่มจากว่าวันที่ 14 เขาก็มาถามป่านว่าป่านจะเอายังไง เพราะเมื่อวันที่ 12 พี่เขาโทรไปหาคุณพ่อบอกว่า เดี๋ยวจะทำหนังสือยกเลิกสัญญาไปให้ แล้วจะติดต่อมาหาคุณพ่อ”

“แต่พอวันที่ 14 คุณพ่อก็ค่อนข้างเสียความรู้สึกนิดนึง ตรงที่พี่เขาไปหาหนูที่ทำงานโดยที่ไม่มีการบอกกล่าวคุณพ่อเลย เพราะ ณ ตอนนั้นเขาโทรมาหาคุณแม่กับป่าน คุณแม่กับป่านก็คงไม่พร้อมที่จะพูดอะไรอยู่แล้ว เขาก็เลยบอกว่ามีอะไรจะติดต่อไปทางคุณพ่อ แต่ว่าวันที่ 14 เขามาโดยที่ไม่มีคุณพ่อ ไม่ได้บอกคุณพ่อ คุณพ่อก็เลยค่อนข้างโมโหนิดนึง”

“และวันที่ 16 มีการนัดคุยกัน เพราะ วันที่ 14 เราคุยกันเหมือนกับว่า เขาถามว่าจะจบยังไง คือหนึ่งเลยจะอยู่กันจนจบสัญญา หรือว่าสอง…ป่านบอกว่าป่านคงร่วมงานไม่ได้แล้ว เขาก็บอกว่าอย่างนั้นก็คือจบ หนึ่งฟ้องกันแบบมาริโอ้ ฟ้องร้องกันไป สองก็คือว่ายกเลิกสัญญา แต่ป่านไม่ต้องบอกสื่อมวลชน และเขาจะคิดค่าเสียหาย ซึ่งป่านก็ไม่รู้ว่าพี่เขาเสียหายอะไร ทำไมต้องมีค่าเสียหาย คือทั้งหมดมันเกิดจากการทำงานของพี่เขาค่ะ ซึ่งหนูก็ไม่รู้”

“และไม่เกี่ยวกับว่าเขามาพร้อมทนาย เลยทำให้เราแตกหักหรอก จริงๆ แล้วต่อให้ใครก็เหอะมาพูด ซึ่งถ้าเกิดคุยกันแล้วมีการนัดหมายกัน และทำอย่างที่ผู้ใหญ่ควรจะทำ มันก็ไม่เป็นปัญหา แต่ว่าอันนี้คือมันไม่ได้มีการนัดหมายมายังไม่พอ แต่พอนัดมาไม่มา ไอ้ที่ไม่นัดดันมา อันนี้คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่รับไม่ได้”

ปัด ขอโทษ “โกโก้” ตามที่อีกฝ่ายแนะ เถียงตนไม่ผิด และไม่ใช่คนอกตัญญู ดังแล้วชิ่งหนี เพราะยังเป็นเด็กในสังกัดมาตั้งแต่วันแรกจนถึงบัดนี้

“ให้ หนูขอโทษเรื่องอะไรล่ะคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่หนูล่ะคะ หนูไม่ได้แรงนะคะ แต่ต้องเข้าใจว่าความรู้สึกที่เสีย มันไม่ใช่แค่หนูคนเดียว หนูไม่รู้ว่าเขาเสียรึเปล่า แต่สำหรับหนู หนูเสีย คุณพ่อคุณแม่หนูก็เสียด้วย ทุกคนในครอบครัวหนูเสียหมดกับการกระทำของเขา ถ้าจะให้เคลียร์กันคือหนูไม่มีอะไรจะพูดแล้ว แต่ก็อย่างที่พูดๆ ไป เรื่องการนัดหมายเวลา เรื่องของการทำงาน เรื่องโน่นนี่นั่น ซึ่งไม่อยากจะพูดอะไรมากเท่าไหร่แล้ว เพราะพูดไปมันก็เหมือนกับหนูพูด เดี๋ยวเขาก็หาว่าทำไมหนูต้องออกมาใส่ร้ายอีก ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าหนูออกมาใส่ร้ายตรงไหน หนูมีอะไรหนูก็บอกหมด”

“ส่วนที่คนมองป่านเนรคุณ ดังแล้วชิ่ง(ย้ำเสียงดัง) พี่คะหนูว่าผลงานของหนูก็มีมาต่อเนื่องเรื่อยๆ และก็ไม่ใช่มาขึ้นแค่ช่วงนี้ หนูว่าหนูเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ทุกอย่างมันก็เรียบๆ อย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ปีนึงหนังก็ประมาณ 4 เรื่องอยู่แล้ว ถ้าเกิดดูปีที่แล้วก็ 4 เรื่อง ปีนี้ก็ 4 เรื่อง”

“แล้วถ้าจะบอกว่าหนูอกตัญญู หนูไม่เคยบอกเลยว่าหนูไม่อยู่กับพี่โกโก้ หนูบอกมาตลอดว่าหนูอยู่กับเขา ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้(เสียง สั่น) หนูให้เครดิตเขาดีมาตลอด อยู่ข้างๆ เขามาตลอดไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายขนาดไหน คุณพ่อคุณแม่ก็เห็นว่าเขาเป็นพี่ชายคนนึงในครอบครัวหนู หนูก็เห็นว่าเขาเป็นพี่ชาย มีปัญหาโทรหาคุณแม่ตลอด ถึงหนูจะทะเลาะกับเขา คุณแม่ก็เป็นคนขอให้เคลียร์ตลอด แต่ว่าวันนี้ทำหนู หนูไม่เท่าไหร่หรอก แต่ทำร้ายความไว้ใจของคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่เขาก็หวังว่า หนูออกจากบ้านมา คนที่ดูแลหนูได้ก็ต้องเป็นเขา”

“ถ้า ถามป่าน ป่านไม่อยากให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเลย คืออยากจะให้จบเลยที่เหลือ หรือว่าไม่อยากให้สัญญานี้มีอีกแล้ว(น้ำตาคลอ) คือหนูพูดจริงๆ นะว่าอึดอัด เหตุการณ์มันค่อนข้างรุนแรงมาก สิ่งที่เขาทำอย่างที่บอกว่า เขาไม่ได้ทำกับหนูคนเดียว เขาทำให้ความใว้ใจของคุณพ่อคุณแม่เสียไป ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ความเชื่อ ความศรัทธาในตัวพี่เขา หรือความเคารพมันก็หายไปเยอะค่ะ หนูก็ไม่รู้ว่าจะร่วมงานกับเขาต่อยังไง หนูไม่รู้ว่าจะไปไปถาม พี่โก้พรุ่งนี้หนูมีคิวอะไร มันลำบาก”

“จะมองหน้ากันติดมั้ย มองได้ค่ะ อยู่ที่ว่าอยากหรือไม่อยากเท่านั้นเองแหละ แต่ความรู้สึกตอนนี้แย่มาก ก็มีร้องไห้กับคุณแม่เหมือนกัน (น้ำตาซึม) มันดูเหมือนไม่มากนะ แต่มันอยู่ข้างใน มันเป็นความผูกพันของคนสองคน ที่มันผ่านอะไรกันมาเยอะ ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ มันจะมาเกิดเรื่องราวอะไรอย่างนี้”

เคลียร์ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงิน บอกไร้สาระอย่าเอามาพูดถึง ส่วนเรื่องมีผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ก็ไม่ใช่ประเด็นเช่นกัน

“หนูไม่เคยพูดอีกอย่างเป็นอีกอย่างนึงเลย หนูพูดประเด็นเดิม ป่านพูดเรื่องคิวงานกับประสานงานมาตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้มันมีประเด็นว่า ฝ่ายโน้นพูดเป็นเรื่องของเงิน เป็นเรื่องของผู้จัดการใหม่ ป่านพยายามตัดไปทีละประเด็นเลยค่ะว่า เรื่องเงินไม่มีทาง ถ้าเกิดป่านไม่อยากแบ่ง ป่านไม่แบ่งมานานแล้ว ป่านออกตั้งแต่ป่านเริ่มมีชื่อเสียงแล้วไม่ดีกว่าเหรอคะ ตอนนี้ 4 ปีแล้ว สัญญา 5 ปีป่านเหลืออีกปีนึง ตัดไปเลยเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับป่าน”

“สองเรื่องผู้จัดการใหม่ ถ้าเกิดป่านจะมีผู้จัดการใหม่ป่านจะออกจากเขาทำไม แล้วตอนแรกบอกเป็นเรื่องเงิน ซึ่งถ้าป่านมีผู้จัดการใหม่ ป่านก็ต้องแบ่งให้ผู้จัดการใหม่อยู่ดี ตัดออกไปเลย อย่าเอาประเด็นอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ เรามาคุยกันเรื่องนี้เรื่องการทำงานดีกว่า”

“หนูบอกจริงๆ เลยนะคะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก นี่คือครั้งที่ 3 ที่ 4 แล้วที่มีการคุยกัน ตอนแรกหนูบอกกับคุณพ่อคุณแม่เลยว่า หนูไม่เอา ใครจะทำงานร่วมกับเขาทำเลย ให้คุณพ่อคุณแม่ทำเลย รับคิวมา ให้แม่ไปส่งหนูทำงานพอ แต่แม่ก็เป็นคนบอกหนูเองว่าไม่ได้ป่าน ป่านต้องทำงานร่วมกับเขา ป่านต้องคุย มีอะไรต้องเคลียร์ ไม่พอใจเรื่องไหนก็ให้บอกเขาไป ถ้าเหนื่อยก็บอก หนูก็พยายามจะเคลียร์ หนูจะเคลียร์นะ ใจเย็น คุณพ่อคุณแม่ก็บอกให้ใจเย็น”

“ซึ่ง จริงๆ เรื่องเงินที่บอกว่าอยากจบ เพราะต้องการให้แม่ดูแล คือพี่คะหนูบอกแล้วว่าเรื่องเงินอย่าเอามาพูดกับหนูเลยค่ะ มันเป็นเรื่องไร้สาระมาก คือว่ามันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ที่เราจะต้องเสียตรงนี้ และหนูก็ทำหน้าที่ของหนูคือการแสดง รับเงินมาเสร็จปุ๊บหนูก็โอนให้เขา 20% จบ อย่ามาพูดเรื่องเงินกับหนูเลยค่ะ”

เผย หลังข่าวแพร่ออกไป ทำให้ทีมงานเป็นฝ่ายโทรมาเตือนเรื่องการนัดหมาย ฝากขอโทษผ่านสื่อไปยังผู้ที่เคยว่าจ้าง เหตุที่ไปสายเพราะ “โกโก้” จัดคิวผิดพลาด และใช้งานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน

“เรื่องกระแสนี่ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปพูดยังไง เพราะคงไม่มีใครมาด่าต่อหน้าหนูแน่ๆ แต่หนูก็ไม่รู้ว่ามันมีกระแสอะไร ทุกวันนี้เรื่องงานหนูไม่รู้ค่ะ ก็มีทีมงานโทรมา ก็ดีเหมือนกันที่มีข่าวตรงนี้ เพราะว่าหนึ่งเลยทีมงานรู้ใช่มั้ยคะว่าเกิดปัญหากัน เขาก็จะโทรมาเตือนว่าอย่าลืมนะ ไม่รู้หรอกว่าเรารู้มั้ย แต่ว่าโทรมาเตือนไว้ก่อนว่าอย่าลืมนะ วันนี้มีงานอันนี้นะ”

“สองก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าป่านจะได้ฝากพี่ๆ ทุกคนกราบขอโทษผู้ว่าจ้างป่านที่ผ่านมาด้วย ว่าที่ผ่านมาป่านมีปัญหาเรื่องของการทำงาน เรื่องของตารางคิว เรื่องของเวลาที่ต้องทำให้หลายๆ ฝ่ายต้องสูญเสีย และเหมือนกับว่าเสียอะไรไปโดยเปล่าประโยชน์ คือที่ผ่านมาหนูอยากจะปฏิบัติงาน หนูอยากจะทำงาน ที่หนูรับงานเยอะเพราะว่าหนูอยากทำ หนูอยากร่วมงานกับทุกค่าย ทุกฝ่ายจริงค่ะ แต่ว่าที่หนูไปช้า หนูไปสายหรือที่มีการผิดพลาดเพราะเกิดจากคิวงาน”

“มันเป็นเรื่องของคิว ซึ่งหนูไม่ได้ดูแลคิวตัวเอง อย่างที่บอกว่าเขาให้ตารางคิวหนูมาจริง หนูมีหน้าที่ว่าวันนี้หนูต้องไปอันนี้ แต่เนื่องจากที่เขาจัดมา 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเช้า และไปต่อต่างจังหวัดเลยจนถึง 2 ทุ่ม และก็กลับมานอน และ 6 โมงเช้าก็ต่อ คือมันเป็นเรื่องของตรงนี้มากกว่าค่ะ ซึ่ง โอเคหนูรับก็จริง แต่ว่าคิวน่ะควรจะจัดยังไง เพื่อให้มันไม่มีฝ่ายไหนเสียเลย เพราะหนูก็ถือเป็นทรัพยากรอย่างนึงที่ควรจะรักษาไว้ ซึ่งเราก็ต้องใช้ร่างกาย ใช้สมองใช่มั้ยคะ”

“ปัญหาเรื่องตารางคิว ไม่ใช่ว่าต้องให้หนูโทรหาว่า วันนี้หนูมีงานเช้า วันนี้เลิกเร็วหน่อยได้มั้ย คือเขาเป็นผู้จัดการ เขาควรจะรับผิดชอบแทนหนู อย่างเรื่องคิวงาน และเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า เราไม่ใช่แค่ผู้จัดการ เราเหมือนพี่น้องกัน รักกันเหมือนพี่น้อง หนูไม่น่าจะพูดอะไรอย่างนั้นออกมา”

“มันก็ไม่ถึงกับไม่มีเวลาพักผ่อนค่ะ เวลาพักผ่อนมี แต่ว่าก็ไม่ได้มากขนาดนั้น ไม่ได้ตามใจชอบเหมือนสมัยก่อน เพราะเรารับงานเยอะ เราก็ต้องรับผิดชอบงานเราให้ดีที่สุด แล้วก็ทำๆ เพื่อไม่ให้ใครมาว่าเราได้ว่า เราไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ให้ใครมาว่าเราได้ว่า เรารับงานมั่วซั่ว ก็พยายามทำให้เต็มที่ที่สุด แต่อย่างที่หนูบอกว่าหนูเป็นมนุษย์ ร่างกายมันก็มีไม่ไหว”

ยอมรับโดน “โกโก้” ใช้คำรุนแรงด่าจริงๆ และคำนี้ทำให้ตนเสียใจมาก บอกถ้ารักกันจริงคงไม่พูดเช่นนี้

“เขาด่าเราแรงจริงค่ะ(เสียงสั่น) คุณแม่ทราบค่ะ หนูบอกคุณแม่คนแรก พอบอกคุณแม่ปุ๊บพี่เขาก็ตัดสายไปเลย คือป่านก็โทรไปเรื่องคิวงาน ก็ทะเลาะจริง แต่พี่เขาบอกว่าเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ สำหรับเขาก็ไม่ได้พูดอย่างนี้กับหนูบ่อยนะคะ แต่สำหรับป่านก็พูดปกติ เหมือนคำพูดปกติที่ป่านเคยพูดๆ แต่ป่านแทบไม่เคยได้ยินคำพูดนี้เลย มัน เหมือนกับคำพูดที่มันอัดอั้นอยู่ข้างในใจจริงๆ มันเหมือนกับคำพูดที่เราช็อคน่ะ เขาคงอัดอั้นจริงๆ เขาถึงพูดคำนี้กับเรา เพราะมันไม่ใช่คำธรรมดาที่ คือป่านพูดจริงๆ นะ 10 คำร้ายๆ 100 คำเลวๆ มันยังไม่แย่เท่าคำนี้เลยค่ะ”

“ถ้าเขารักป่าน เขาไม่ทำอย่างนั้นกับป่านหรอก ตอนนี้คุณแม่ก็รู้สึกแย่มากเลย คุณแม่แย่กว่าหนูอีก หนูว่าหนูเจอมาเยอะ ผ่านมาเยอะก็ไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ไม่คิดว่าจะเจออย่างนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ค่อยอยากร่วมงานด้วยแล้ว ท่านทำใจไม่ได้ที่จะต้องโทรไปถามคิวงานวันต่อวัน”

ลั่นพร้อมขึ้นศาล แต่ย้อนถามอีกฝ่ายจะฟ้องเรื่องอะไร เพราะตนยังไม่ทำอะไรผิดสัญญา และไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องค่าเสียหายด้วย

“ถ้าต้องขึ้นศาลก็พร้อมค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิด แต่จบดีไม่ดี มันควรจะจบมาตั้งนานแล้ว มันควรจะเคลียร์กันมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่รับโทรศัพท์ ไม่พูด ไม่คุย นัดทนายมาแล้วก็มาพูดว่า ทำไมหนูต้องใส่ร้าย คือมันจะดีกว่านี้ค่ะ ถ้าเกิดสมมติว่ามันไม่ใช่แบบนี้”

“ถ้า เขาจะฟ้อง ฟ้องเรื่องอะไรล่ะคะ ป่านไม่ได้ทำผิดสัญญาเลย ป่านทำทุกอย่างตามสัญญาหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ป่านไปทำงานตามหน้าที่ทุกอย่างเลย ถ้าเขาจะฟ้องเรื่องที่เราจะยกเลิกสัญญากับเขาเหรอ ณ ตรงนั้นป่านก็ต้องยกเลิกก่อน แล้วก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลของป่านว่า ยกเลิกเพราะอะไรค่ะ ก็ต้องเคลียร์ตรงนั้นก่อน เขาไม่มีสิทธิ์มาฟ้องป่านก่อนอยู่แล้ว”

“แต่ถ้าจะบอกว่าเขาต้องสูญเสียรายได้อีกหนึ่งปี คือมันเป็นรายได้ล่วงหน้าค่ะ อันนี้ป่านไม่ทราบ มันเป็นเรื่องของกฎหมาย และป่านก็ยังไม่เห็นว่าจะมีงานอะไร ทุกวันป่านก็มีงานต่อเนื่องหมดเลย และทุกวันนี้ป่านก็เสียหาย เพราะป่านต้องตามงานที่เขาจัดการไว้ แล้วเขารับเงินไปแล้วและไม่มารับผิดชอบ ไม่ได้จัดตารางคิวอะไรให้ป่านเลย ป่านก็เสียหาย ที่ผ่านมาป่านก็เสียหายเรื่องไปทำงานสาย มีการยกกอง ป่านก็เสียหายเหมือนกัน คือป่านพูดอะไรมากไม่ได้ มันเป็นเรื่องของคดีความ”

“เรื่องทนายของหนูตอนนี้ ยังไม่ทราบทางคุณพ่อคุณแม่เลย ต้องปรึกษาคุณพ่อคุณแม่อีกทีนึง คือหนูไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับกฎหมายเลย หนูพูดได้เท่าที่เคยพูดมา เรื่องของอนาคตหนูไม่ทราบอะไรเลย ตอนนี้ก็ไม่มีใครรับงานให้ค่ะ ตอนนี้หนูก็เคลียร์งานเก่าจากงานหนังทั้งหมดที่โปรโมตมา งานใหม่ยังรับไม่ได้ เพราะหนูยังมีสัญญาอยู่ หนูยังไม่มีการรับงานอะไรทั้งสิ้น งานหนังรู้สึกว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวา และหลังจากเดือนธันวาหนูต้องเดินทางไปเยอรมันอีก 2 เดือน คงยังทำอะไรมากไม่ได้ตอนนี้ ก็คงต้องรอ และหนูคิดว่าทุกอย่างก็คงจะเคลียร์ ก่อนที่หนูจะกลับมาจากเยอรมันแน่นอน”

บอก คดีเกาเหลา “โกโก้” ต่างจากของ “มาริโอ้ เมาเร่อ” อย่าดึงเพื่อนเข้ามาเกี่ยว ส่วนที่เหลือสัญญาอีก 1 ปี คงไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ จะรีบเคลียร์ให้จบเร็วที่สุด

“เวลาที่เหลือ หนูว่าเรื่องทุกอย่างมันคงไม่ยืดเยื้อไปถึง 1 ปีหรอก มันคงมีการพูดคุยก่อนหน้า 1 ปีแน่ๆ แต่หนูไม่รู้ว่าจะจบยังไง แต่ไม่เหมือนกับของมาริโอ้ค่ะ คนละเคสกัน อย่าเอาเพื่อนป่านมาเกี่ยว อย่าเอามาริโอ้มาเกี่ยวเลยค่ะ มาริโอ้กับป่านแตกต่างกัน”

“ป่าน ไม่ได้บอกว่า ป่านไม่ร่วมงานแล้ว แต่ป่านบอกป่านร่วมงานกับเขาไม่ได้แล้ว ก็คงไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ป่านพูด ณ ตรงนี้เลยนะคะ เพราะว่าป่านไม่ได้รู้สึกว่า เขาอยากจะคุยกับป่านเลย และเขาก็ไม่ได้พยายามที่จะติดต่อหรือพยายามที่จะคุย และไม่มีการติดต่อมาเลย ทั้งที่มีการนัดหมายกันแล้วแต่ไม่ไป เท่านี้ก็ชัดเจนพอแล้วสำหรับครอบครัวป่าน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์