โอกิลวี่โฟกัสมาตรฐานครีเอทีฟ โฆษณาปีหน้าส่งสัญญาณโต 10%


โอกิลวี่ ปรับทีมทำงานแบบ 360 องศา ให้ความสำคัญเรื่องมาตรฐานครีเอทีฟ รองรับทิศทางอุตสาหกรรมโฆษณาปีหน้า ที่หวังไว้ว่าจะโต 10% เป็นปลื้มผลงาน ซิวแชมป์ “เอเยนซีแห่งปี” จากเวที แอดแมน อวอร์ดส์ 2009 สิ้นปีมั่นใจผลประกอบการทรงตัว ส่วนปีหน้าโตแน่ 5%

นางพรรณี ชัยกุล รองประธานกลุ่มบริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา จากเดิมต้นปีที่มองว่าจะติดลบราว 5% ผ่านไปครึ่งปีแรกก็ยังติดลบอยู่ 5% พอมาถึงช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า สถานการณ์เริ่มดีขึ้น เหลือการติดลบเพียง 3% ซึ่งในช่วงไตรมาสสี่มองว่าลูกค้าหันมาใช้เม็ดเงินลงโฆษณาประชาสัมพันธ์มาก ขึ้น คาดว่า ทั้งปีอุตสาหกรรมโฆษณา มูลค่า 90,000 ล้านบาท น่าจะกลับมาทรงตัวเท่าปีก่อน

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้เม็ดเงินของลูกค้าเริ่มดีขึ้น ในส่วนลูกค้าของโอกิลวี่ยังมีการจัดอีเวนต์ใหญ่หลายงานในช่วงไตรมาสสุดท้าย ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา 8 เดือนที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มลูกค้ายานยนต์เม็ดเงินโฆษณาหายไปกว่า 400 ล้านบาท, ประกันภัยหายไป 200 ล้านบาท, โอเปอเรเตอร์มือถือระบบพรีเพดหายไป กว่า 100 ล้านบาท และ เรียลเอสเตท หายไปอีกหลายร้อยล้านบาทโดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้การท่องเที่ยวและโรงแรมแย่ลง

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วง พ.ย.เป็นต้นไป มองว่า ลูกค้าพร้อมที่จะใช้เม็ดเงินมากยิ่งขึ้น โดยในปีหน้ามองว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมโฆษณา หวังไว้ว่า จะสามารถมีการเติบโตได้ถึง 10% มาจากหลายปัจจัย เช่น สื่อออนไลน์ที่กำลังโตต่อเนื่อง, เคเบิลทีวี, การเกิดกลุ่มสินค้าใหม่ในตลาด เช่น กาแฟลดความอ้วนอย่างในปีนี้ สินค้าคอนซูเมอร์ที่ยังลงใช้เงินโฆษณาต่อเนื่อง รวมไปถึงเม็ดเงินจากภาครัฐ และอุตสาหกรรมบางตัวที่จะกลับฟื้นตัวอีกครั้ง

ในส่วนของโอกิลวี่ ที่ผ่านมา ลูกค้าหลัก เช่น KFC ไทยประกันชีวิต เซ็นทรัล และ บุญรอด ยังคงใช้เม็ดเงินเท่าปีก่อน แต่บางรายก็ยังชะลอเม็ดเงิน เพราะมองว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม บวกกับการที่มีลูกค้าใหม่เข้ามาอีก 7 ราย เชื่อว่า ทั้งปีจะส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการบริษัททรงตัวเท่าปีก่อน หลังจากที่ปี 2551 ที่ผ่านมา มีการเติบโตจากปี 2549 ถึง 10%

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจให้มีการบริหารจัดการแบบ 360 องศา หรือเป็นการทำงานร่วมกันภายใน 5 บริษัทย่อยภายใน ซึ่งได้แก่ โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ เวิล์ดวายด์, โอกิลวี่ วัน เวิล์ดวายด์, โอกิลวี่ แอคชั่นส์, แบรนด์ บาย ดีไซน์, เรดเวิร์คส และ กรุ๊ปเอ็ม เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานให้ลูกค้าออกมาได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด และได้คำตอบกลับมาที่ดีที่สุด เชื่อว่า ประสิทธิภาพของการทำงานในลักษณะนี้ จะช่วยให้ลูกค้าหันมาใช้บริการผ่านบริษัทในเครือทั้งหมด หรือใช้มากขึ้นตามแต่ผลงานที่จะต้องใช้สื่อแต่ละอย่าง

นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โอกิลวี่เวิลด์ไวด์ ได้มีการเปิดตัวบริษัทลูกเพิ่ม คือ โอกิลวี่ เอิร์ท ซึ่งเป็นการทำงานด้านพีอาร์ สเปเชียล ดูในเรื่องของการทำ กรีนมาร์เก็ตติ้ง และ ซีเอสอาร์ มาร์เก็ตติ้ง โดยเฉพาะ ในส่วนของโอกิลวี่ประเทศไทย ก็ได้เพิ่มหน่วยงานโอกิลวี่ เอิร์ท ขึ้นเช่นกัน แต่เป็นยูนิตหนึ่งในกลุ่มโอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ เวิลด์วายด์ มั่นใจว่าจะเป็นอีกปัจจัย นอกจากเรื่องของสื่อออนไลน์ ที่จะช่วยผลักดันให้ผลประกอบการในปีหน้า จะมีอัตราการเติบโตอย่างน้อย 5%

ล่าสุด โอกิลวี่ ยังคว้ารางวัล “เอเยนซีแห่งปี” จากเวที แอดแมน อวอร์ดส์ 2009 โดมองว่า มาจากปัจจัยในการทำงาน 4 ข้อ คือ เครื่องมือดี ทีมดี สิ่งแวดล้อมดี และลูกค้าที่ดี โดยได้รับรางวัลโฆษณายอดเยี่ยม ประเภทสื่อโฆษณาโทรทัศน์ ที่ทำให้ ไทยประกันชัวิต ชุด เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ (แม่ต้อย) พร้อมทั้งได้รับรางวัล 2 โกลด์ 3 ซิลเวอร์ และ 3 บรอนซ์ จากเวทีนี้ด้วย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์