แฉปริศนา 2 บัญชีต้องสงสัย “เครดิตสวิส-ยูบีเอส” ถล่มหุ้นไทยเละ แต่ไม่มีชื่อเจ้าของ


ถล่มหุ้นไทย

รมว.คลัง สั่งสอบเชิงลึก 2 โบรกต่างชาติต้องสงสัย “เครดิตสวิสฮ่องกง-ยูบีเอสสิงคโปร์” เพื่อหาชื่อเจ้าของบัญชีที่แท้จริง เพราะพบว่าเป็นลักษณะบัญชีรวมที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อเจ้าของบัญชี และมีความเชื่อมโยงในประเทศ และนอกประเทศ พร้อมยอมรับ มีผู้ไม่หวังดีเจตนาปล่อยข่าวลือไม่เป็นมงคล ก.ล.ต.เตรียมชงข้อมูล “ดีเอสไอ” แกะรอยความสัมพันธ์แก๊งไอ้โม่ง ชี้เรื่องนี้มีตัวละครที่เกี่ยวข้องไม่เยอะ มั่นใจลากคอคนผิดมาลงโทษได้แน่นอน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามและตรวจสอบกรณีการปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็น มงคลในตลาดหุ้น โดยทำให้ดัชนีหุ้นไทยตกลงหนักกว่า 60 จุด ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า มีผู้เจตนาปล่อยข่าวและมีการขายหุ้นผ่านบัญชีโบรกเกอร์ต่างประเทศ 2 บัญชี ก่อนที่ดัชนีหุ้นจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง และเป็นการเปิดบัญชีลักษณะกลุ่มบุคคล นอกจากนี้ ยังพบปริมาณการซื้อขายที่ผิดปกติในหุ้นบางกลุ่มด้วย

“เรื่องนี้ คงต้องตรวจสอบรายละเอียดว่ามีใครบ้าง และอาจต้องดูว่าผู้ปล่อยข่าวลือกับบัญชีที่ขายหุ้นออกไป เกี่ยวโยงกับการหาแหล่งข่าวปล่อยข่าวลือหรือไม่ โดยเฉพาะการเทรดผ่าน เครดิตสวิสที่ฮ่องกง และยูบีเอสสิงคโปร์ ซึ่งผิดปกติ”

รมว.คลัง กว่าวว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำลังเร่งติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องนี้ ไม่ใช่ส่งผลกระทบแค่ตลาดหุ้น และความมั่นคง แต่กระทบต่อจิตใจของประชาชนคนไทย ในช่วงที่กำลังใจจดจ่อติดตามแถลงการณ์ ดังนั้น ก.ล.ต.และ ตลท.ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นคืนมาให้ได้

ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะขอความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อยกระดับการตรวจสอบในเชิงลึก รวมทั้งจะขอความร่วมมือจากต่างประเทศในการตรวจสอบบัญชีซื้อขายหุ้นทั้ง 2 บัญชี เพื่อหาเจ้าของบัญชีที่แท้จริง เพราะพบว่าเป็นลักษณะบัญชีรวมที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อเจ้าของบัญชี และมีความเชื่อมโยงในประเทศและนอกประเทศ

“หากเจาะลึกเพื่อหาเจ้าของบัญชีที่แท้จริงในการขายหุ้นจากต่างประเทศ คงทำได้ไม่ยาก ประเด็นตอนนี้คือต้องเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ขายหุ้นก่อนหุ้นทรุดตัว กับแหล่งที่มาของข่าวลือ ซึ่งมีทั้งบัญชีในและต่างประเทศ เรื่องนี้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่เยอะ”

ส่วนการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดอื่นๆ นั้น ก.ล.ต.ยังไม่พบธุรกรรมที่ผิดปกติในตลาดตราสารอนุพันธ์ (TFEX) แต่ยอมรับว่า มีบางบัญชีที่มีการขายหลักทรัพย์ก่อนราคาหุ้นจะผันผวนจากกระแสข่าวลือ และจะมีการตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงของแหล่งที่มาของข่าวลือในแหล่งอื่นๆ ด้วย

รมว.คลัง ยังกล่าวยืนยันว่า ผู้ที่สร้างความเสียหายต่อตลาดหุ้นและละเมิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ก.ล.ต.ในฐานะผู้กำกับดูแลจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนในการดำเนินการเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อผู้ลงทุน ตลาดหุ้น และกระทบความเชื่อมั่นต่อภาพรวมของประเทศ

ระยะเวลาการตรวจสอบต้องไปถามผู้ที่ปฏิบัติงาน แต่จุดนี้ผมและนายกรัฐมนตรีกังวลเรื่องที่ผู้สร้างความเสียหายละเมิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งทาง ก.ล.ต.ที่ดูแลเรื่องนี้ต้องชัดเจน” รมว.คลัง กล่าวสรุป

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ ก.ล.ต.ประสานมายังดีเอสไอ เพื่อตรวจสอบ ซึ่งพบว่า มีความปกติจากการปั่นหุ้นหรือไม่ โดยในวันนี้ ก.ล.ต.นัดหมายจะเข้ามอบข้อมูล และเมื่อได้รับจะส่งหลักฐานเบื้องต้นให้สำนักการเงินและการธนาคารไปตรวจสอบ โดยจะดูแลการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์