เหยื่อร้านคาราโอเกะโหดโผล่อีก! นั่ง 4 ชม. โดนฟันหัวแบะ 47,000


เมโลดี้ คาราโอเกะ

เมโลดี้ คาราโอเกะ

ตร.เรียก 3 พนักงานร้านคาราโอเกะสอบ ให้การรับรุมล้อมผู้เสียหายจริง เพื่อทวงค่าบริการ ไม่ได้ข่มขู่ ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ พร้อมเรียกผู้จัดการร้านมารับทราบข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้านเหยื่อโอเกะโหด ตบเท้าเข้าร้องไม่หยุด ล่าสุด ผจก.ธุรการ ห้างดังแฉ เข้าใช้บริการ 4 ชม.โดนเรียกเก็บ 47,000 แถมสั่งเหล้า-มิกเซอร์มั่ว ทั้งที่มาแค่ 2 คน

จากกรณี ร.ต.ต.อัฏฐะพันธ์ ใจเที่ยง อายุ 42 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ น.ส.อารีวรรณ สาธรรม อายุ 43 ปี แฟนสาว ถูกร้านคาราโอเกะ “เมโลดี้” ริมถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ เรียกเก็บค่าบริการแพงเกินเหตุ เป็นเงินกว่า 30,000 บาท แถมข่มขู่ไม่ยอมให้ออกจากร้าน หากไม่จ่ายเงิน จนภายหลังมีลูกค้าที่เคยตกเป็นเหยื่อออกมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

วันนี้ (22 ต.ค.) เมื่อเวลา 12.20 น.พ.ต.อ.กิตติคุณ พูลสมบัติ ผกก.สน.ประชาชื่น เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนี้ ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวนายธนากร ไปป่า อายุ 27 ปี นายอำไพ นามใน อายุ 22 ปี และ น.ส.รัชนี ดัสดีทอง อายุ 28 ปี พนักงานของร้านคาราโอเกะดังกล่าว ทำหน้าที่คอยให้บริการในวันเกิดเหตุมาสอบปากคำแล้ว โดยทั้งหมดให้การว่า คืนวันเกิดเหตุทั้ง 3 คน ได้เข้าไปรุมล้อมผู้เสียหายจริง แต่เพื่อต้องการทวงค่าบริการเท่านั้น โดยไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ หรือต้องการจะทำร้ายแต่อย่างใด จากนั้นผู้เสียหายก็ให้บัตรเดบิตวีซ่าไปกดเงินมาให้จำนวน 8,000 บาท ก่อนจะปล่อยตัวผู้เสียหายไป เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์กับพนักงานทั้ง 3 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติม ก่อนส่งสำนวนฟ้องต่อไป

พ.ต.อ.กิตติคุณ กล่าวต่อว่า ได้ตรวจสอบร้านคาราโอเกะดังกล่าวแล้ว ไม่พบว่ามีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการแต่อย่างใด ทางพนักงานสอบสวนก็ได้เชิญตัว นายอภิเชษฐ์ ทวีลาภ ซึ่งเป็นผู้จัดการร้าน มารับทราบข้อกล่าวหา เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว สำหรับราคาค่าอาหารที่ทางร้านคิดเกินราคานั้น ขณะนี้ก็ได้ทำหนังสือถึง ปคบ.เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเรื่อง นี้

ต่อมาเวลา 14.00 น.นายประยูร พงษ์ประยูร อายุ 40 ปี ผู้จัดการแผนกธุรการ ของห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ประกอบ อินทร์เกศ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ประชาชื่น เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับร้านเมโลดี้ คาราโอเกะ ริมถนนงามวงศ์วาน ที่คิดค่าบริการแพงเกินกว่าเหตุ เพิ่มเติมอีก 1 ราย

นายประยูร ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนกับน้องชายได้เข้าไปใช้บริการที่ร้านดังกล่าว โดยมีมาม่าซังพาขึ้นไปนั่งกินที่ห้องวีไอพี ชั้น 2 จากนั้นก็สั่งเหล้า 1 กลม มิกเซอร์ และเรียกเด็กดริงก์มานั่งเป็นเพื่อน 2 คน พร้อมกับสั่งลูกอมมา 1 จาน จากนั้นตนก็นั่งร้องเพลงไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้น ก็มีเด็กนั่งดริงก์สลับกันเดินเข้ามาในห้อง โดยบอกกับพวกตนว่า ขอเข้ามานั่งทานผลไม้เฉยๆ โดยที่ไม่ขอค่าดริงก์ ตนก็ไม่ได้คิดอะไรจึงอนุญาตให้เข้ามานั่งได้

“จนเวลาผ่านไปจนถึงตีสอง เด็กเสิร์ฟก็บอกผมว่า เหล้าจะหมดแล้วเอาอีกขวดไหม ผมก็บอกว่าผมกินเหล้าไม่เก่ง แต่เอามาอีกขวด ก็ได้เป็นขวดที่ 2 ใช่ไหม แต่เด็กเสิร์ฟกลับบอกว่าไม่ใช่พี่ ขวดที่ 3 แล้ว ผมก็แปลกใจ เพราะจำได้ว่าเพิ่งนั่งดื่มไปแค่ขวดเดียวเท่านั้น ผมก็หันไปมองดูที่ข้างๆ โต๊ะก็เจอลังมิกเซอร์วางอยู่ 3-4 ลัง แต่ทุกขวดถูกเปิดฝาออกหมดแล้ว ผมเห็นท่าไม่ดี เลยเรียกเช็กบิล เด็กเสิร์ฟเอาบิลมาให้เป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ มีตัวเลขราคาเขียนไว้ว่า 47,000 บาท และไม่มีการลงรายละเอียดในส่วนค่าใช้บริการใดๆ เลย ผมถึงกับอึ้งว่า ทำไมถึงแพงอย่างนี้” นายประยูร กล่าว

นายประยูร กล่าวต่อว่า ตนก็เรียกมาม่าซังมาเจรจาต่อรองราคา ซึ่งมาม่าซังก็ลดให้ 10,000 บาท แต่มันก็ยังแพงอยู่ดี ตนจึงเริ่มโวยวาย และเรียกผู้จัดการร้านเข้ามาต่อรองราคาอีกที ระหว่างนั้นก็มีพนักงานชาย 4-5 คน เข้ามาในห้องไม่ให้ตนออกไป ตนก็พยายามต่อรองราคาให้เหลือ 15,000 บาทได้ให้ แต่ผู้จัดการร้านบอกว่าไม่ได้ ตนจึงอ้างไปว่า รู้จักกับนายตำรวจคนหนึ่งใน สน.ประชาชื่น จะขอออกไปโทรศัพท์หา ซึ่งทางผู้จัดการร้านก็มีท่าทีอ่อนลงและยอมให้ออกมาโทรศัพท์ ซึ่งตนก็แกล้งคุยคนเดียว โดยที่พนักงานร้านไม่ทราบ จากนั้นตนก็กลับเข้ามาพูดคัยกับผู้จัดการร้านอีกที เพื่อต่อรองราคา จนมีเด็กที่ร้านมาพูดขึ้นมาว่า ขนาดมีคนมานั่งกินหมดไปเป็นแสนยังยอมจ่ายเลย

นายประยูร กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นตนต่อราคาจนจบลงที่ 25,000 บาท ขณะนั้นก็ดึกมาแล้ว และตนก็เป็นห่วงรถยนต์ของตนด้วย เพราะที่กุญแจอยู่กับพนักงานรับรถ จึงกลัวว่าตัวเองจะได้รับอันตราย จึงยอมจ่ายเงินค่าบริการที่ตกลงกันไว้ ก่อนที่ทางร้านจะปล่อยตนกับน้องชายออกมา หลังจากกลับไปแล้ว ก็ไม่กล้าเข้ามาแจ้งความ เนื่องจากเกิดความอับอาย และเกรงว่าจะถูกเยาะเย้ย จนกระทั่งมาเห็นทราบข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันและเป็นร้านเดียวกันด้วย จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความในวันนี้

วันเดียวกันที่ บก.ปคบ. พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ.พร้อมด้วย นายนพปฏล เมฆเมฆา รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.แถลงข่าวกรณีร้าน “เมโลดี้ คาราโอเกะ” ถนนงามวงศ์วาน คิดค่าอาหารและเครื่องดื่มแพงเกินกว่าความเป็นจริง ว่า คดีนี้ทาง บก.ปคบ.ได้ติดตามเรื่องมาตลอด และมีการประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวนของ สน.ประชาชื่น ซึ่งการดำเนินคดีอาญา ทาง สน.ประชาชื่น จะดำเนินการ ส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ทาง บก.ปคบ.และ สคบ.จะรับมาดำเนินการทั้งหมด

พล.ต.ต.จตุรงค์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.การุณ บัวเผื่อน ผกก.1 บก.ปคบ.นำกำลังเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวมาแล้ว 2 วัน แต่พบว่าได้ปิดให้บริการ และยังไม่พบตัวเจ้าของร้าน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะต้องติดตามตัวเจ้าของร้านแห่งนี้มาเจรจาไกล่เกลี่ยให้ได้ โดยเรื่องการคิดราคาสินค้าและบริการที่ไม่เป็นธรรมนี้เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในมาตรา 28 ที่กำหนดให้ผู้จำหน่ายสินค้า หรือบริการแสดงราคาสินค้าและบริการ มีกำหนดโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

พล.ต.ต.จตุรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ก็จะต้องสอบสวนด้วยว่าเข้าข่ายความผิดในมาตรา 29 ที่ระบุว่า ห้ามผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการใดๆ โดยจงใจที่จะทำให้ราคาสูงเกินสมควร หรือไม่ โดยข้อหานี้มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ทาง ปคบ.และ สคบ.จะประชุมร่วมกับผู้แทนของกรมการค้าภายใน เพื่อหารือถึงการดำเนินการต่างๆ อีกครั้ง

“ผมขอฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการสถานบริการต่างๆ ว่า การเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคนั้นมีอัตราโทษสูง ผู้ที่คิดจะทำก็ขอให้เลิกเสีย นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนที่ถูกเอาเปรียบลักษณะดังกล่าวให้มาร้องเรียนกับเราได้” ผบก.ปคบ.กล่าว

ด้าน นายนพปฏล กล่าวว่า ทาง สคบ.ได้รับการร้องเรียนจาก ร.ต.ต.อัฏฐะพันธ์ ไว้แล้ว ส่วนการช่วยเหลือ ก็คือ การออกติดตามตัวเจ้าของร้านคู่กรณีมาไกล่เกลี่ย เพื่อเรียกเงินคืนให้กับผู้เสียหาย เบื้องต้นได้ประสานกับทาง บก.ปคบ.กำหนดว่า จะต้องติดตามตัวให้ได้ภายในวันที่ 26 ต.ค.นี้ หากเจ้าของร้านดังกล่าวยังไม่มาพบอีกก็จะดำเนินการแทนผู้เสียหายคือแจ้งความ ดำเนินคดีกันต่อไป

“ขอเรียนย้ำว่า กรณีแบบนี้ ทาง สคบ.ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน หากผู้บริโภครายใดคิดว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิ์ก็สามารถเข้าร้องเรียนได้ อย่าคิดว่าการถูกเอาเปรียบนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หรือเป็นเรื่องของเวรกรรมที่จะปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ” รองเลขาฯคณะกรรมการ สคบ.กล่าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์