Updates from กรกฎาคม, 2010 Toggle Comment Threads | ปุ่มทางลัด

  • ronakorn 5:25 pm on July 30, 2010 ลิงค์อ้างถึง
    Tags: , , Preah Vihear Temple, , , UNESCO, WHC, World Heritage Committee, World Heritage site   

    Don’t Try to Ignite War, UNESCO 

    Territorial disputes between Thailand and Cambodia have been a deep-rooted problem and a persistent predicament for citizens of both countries for many decades. The conflict was rooted in France’s self-assertion and ignorance during the colonial period between late 19th and early 20th century.

    The tension recently flared up again, as Cambodia attempted to seek approval from the World Heritage Committee (WHC) of the United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) for the listing of the Preah Vihear Temple as the World Heritage site under Cambodia’s jurisdiction.

    The main reason that the Thai government and its people strongly protest against Cambodia’s move is that it is threatening Thailand’s sovereignty over the land on which the ancient temple is situated, as well as its environs.

    The issue has become of greater concerns, after Cambodia was found to have submitted its own version of a map for the Preah Vihear temple area to UNESCO. Although the Cambodian government refused to call it a map, claiming that there has been no demarcation of the area according to the memorandum of understanding which was signed between the two countries in 2000, Thailand disagrees.

    In fact, UNESCO should be well aware of the border disputes that have been going on between Thailand and Cambodia. Why would it have interfered while the issue remains unresolved.

    UNESCO at least should have thought about the feelings of the Thai people and listened to Thailand’s protest over the matter. If the UN organization fails to listen, they cannot expect Thailand to do the same.

    The Thai government and its people will continue to protest and refuse to cooperate with the management of the Preah Vihear Temple as proposed by the Cambodian government. If UNESCO still persists in considering Cambodia’s proposal, the Thai authority will have to do something to show that the UN agency is tampering with the country’s national security

    I doubt that the WHC and UNESCO really want to add fuel to the conflict between Thailand and Cambodia and see the dispute develop into a full-blown war which is much harder to resolve.

    Naew Na editorial, page 3, July 30th, 2010

    Translated and rewritten by Wacharapol Isaranont
    Via: TAN Network

     
  • ronakorn 9:36 pm on July 27, 2010 ลิงค์อ้างถึง
    Tags: , , , , , , , , ศาลากลาง, , เอ็นบีที, ,   

    ขอนแก่นออกหมายจับ 8 ผู้ต้องหาคดี “ก่อการร้าย” เผาศาลากลาง 

    เผาศาลากลาง

    ศาลขอนแก่นอนุมัติหมายจับ 8 ผู้ต้องหา เผาศาลากลาง-เอ็นบีที คดีความผิดฐาน “ก่อการร้าย” หลังหลักฐานชัดเชื่อมโยงเป็นกระบวนการ คาดสรุปสำนวนสอบสวนเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ภายในสิ้นเดือนนี้ รักษาการผู้ว่าฯยอมรับขอนแก่นไม่สามารถยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ เนื่องจากยังมีรายงานความเคลื่อนไหวของแกนนำ นปช.ในหลายระดับภายในพื้นที่

    บ่ายวันนี้ (22 ก.ค.) ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพยัต ชาญประเสริฐ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการสรุปความคืบหน้าการสอบสวนคดีวางเพลิงศาลากลางและคดีวางเพลิง เผาสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) จ.ขอนแก่น ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา

    (More …)

     
  • ronakorn 9:31 pm on July 27, 2010 ลิงค์อ้างถึง
    Tags: , , , , , , , , , , , , ,   

    “ดีเอสไอ” ส่งฟ้อง 26 แดงก่อการร้าย ‏ศุกร์นี้! 

    แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

    “ธาริต” ตรวจสอบพยานหลักฐานสำนวนคดีก่อการร้ายเรียบร้อย เตรียมสรุปสำนวนเป็นคดีเดียว แต่บรรยายฟ้องการกระทำตามพฤติการณ์ของแต่ละคน ส่งให้อัยการสั่งฟ้อง 26 ผู้ต้องหาก่อการร้ายในวันศุกร์ที่ 30 นี้ แกนนำ นปช.-ลูกน้อง เสธ.แดง-อ้อ-อ้าย มีชื่อส่งฟ้องทั้งหมด ขณะที่ “ไอ้ตู่-การุณ-วิเชียร” จะถูกพนักงานสอบสวนเรียกมารายงานตัวและส่งฟ้องด้วย

    วันนี้ (27 ก.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย เปิดเผยภายหลังตรวจความเรียบร้อยพยานหลักฐานในสำนวนสอบสวนคดีก่อการร้ายที่ ดีเอสไอเตรียมจะสรุปสั่งฟ้องแบ่งเป็นกลุ่มแกนนำ นปช.กลุ่มฮาร์ดคอร์ลูกน้อง พล.ต.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง กลุ่มผู้ต้องหาวางระเบิดข้างพรรคภูมิใจไทย ต่ออัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นชุดแรกในวันศุกร์ที่ 30 ก.ค.ว่า จากการตรวจสอบเอกสารพยานหลักฐานในสำนวนคดีก่อการร้ายทุกอย่างเรียบร้อย กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะสรุปสำนวนคดีก่อการร้ายพร้อมนำสำนวนไปส่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 26 คน ต่อพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ค.โดยสำนวนคดีก่อการร้ายจะมีสำนวนเดียว แต่เขียนบรรยายฟ้องการกระทำผิดของผู้ต้องหาแตกต่างกันไปแล้วแต่พฤติการณ์ของ แต่ละคน

    (More …)

     
  • ronakorn 9:28 pm on July 27, 2010 ลิงค์อ้างถึง
    Tags: , , ก่อแก้ว พิกุลทอง, ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ, , , พนิช วิกิตเศรษฐ์, พยัคฆ์บูรพา, , สุนัขลอบกัด, , เลว,   

    บึ้ม “บิ๊กซี” ใครได้ประโยชน์ !? 

    00 แม้ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครกันแน่ ที่เป็น “สุนัขลอบกัด” ลอบ วางระเบิดป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริจนทำให้มีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไม่ รู้เรื่องต้องมาเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก นาทีนี้ต้องขอประณามเอาไว้ก่อนว่าคนที่อยู่เบื้องหลังนั้นถือว่า “สุดเลว” ใช้ชาวบ้านตาดำๆ ให้เป็นเหยื่อล่อ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนอย่างไร

    00 การจะมองว่าการลอบวางระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของใครก็ต้องมาวิเคราะห์ให้เห็นว่าผลจากการกระทำครั้งนี้ “ใครได้ประโยชน์” ขณะเดียวกันถ้าพิจารณาถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในเวลานี้มันก็แบ่งออกเป็น 3-4 กลุ่มหลักๆ เท่านั้น หนึ่งกลุ่มเครือข่าย “ทักษิณ” ขัดแย้งกับ “ฝ่ายรัฐบาล” ฝ่ายผู้นำกองทัพ “บางกลุ่ม” และกลุ่มที่แย่ง “ชิงอำนาจ” ในกองทัพ มีอยู่ไม่กี่กลุ่มประมาณนี้แหละ

    00 ที่นี้ลองมาไล่เรียงกันทีละกลุ่มเพื่อประเมินสถานการณ์ให้ใกล้เคียงที่สุด เผื่อบางทีจะได้เห็นภาพชัดขึ้นมาบ้าง เมื่อพิจารณาจาก “วันเกิดเหตุ” เริ่มจากกลุ่มเครือข่ายทักษิณก่อน วันที่เกิดระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่จะถึง “วันเกิด” ทักษิณ ชินวัตร (วันที่ 26 ก.ค.) เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น หากมองในเชิง “สัญลักษณ์” ก็อาจมองได้ เหมือนเป็นการข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามว่า “ตัวข้า” ยังมีพลังคิดจะทำการหรือก่อเหตุเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างน้อยก็เป็นการ “โชว์” ให้พวกเดียวกันได้เห็นว่าในวันสำคัญต้องแสดงอะไรให้เห็นบางอย่าง

    00 ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งซ่อม กทม.เขต 6 ซึ่งเชื่อว่าในวงการการเมืองเชิงลึกที่เกาะติดอยู่กับกระแสในพื้นที่มาตลอด ก็ย่อมรู้กันแล้วว่าใครแพ้หรือชนะ ถามว่าฝ่าย “ทักษิณ” รู้หรือไม่ว่า ก่อแก้ว พิกุลทอง จะแพ้ “พนิช วิกิตเศรษฐ์” เชื่อว่าเมื่อหยั่งเสียงดูแล้วก็ย่อมรู้ล่วงหน้า เพียงแต่ต้องมีรายการลุ้นในนาทีสุดท้ายนั้นถือว่าไม่ว่ากันอยู่แล้ว

    00 แม้ดูตามคะแนนที่ออกมา พนิช ชนะด้วยคะแนนกว่าหมื่นเท่านั้น คือ 96,480 ต่อ 81,776 แต่ถ้าพิจารณากันในรายเขตก็จะเห็นว่า ฝ่ายทักษิณ “แพ้ทุกเขต” แม้ว่าดูตามคะแนนผิวเผินจะเห็นว่าคะแนนของก่อแก้วได้มากว่า 8 หมื่นถือว่าไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรก็แพ้ทุกเขต “ความหมาย” จึงอยู่ตรงนี้ต่างหาก ส่วนประเด็นที่ว่ามีข้อจำกัดในเรื่องการถูก “ควบคุมตัว” ในเรือนจำไม่ได้ออกมาหาเสียง หากมองในข้อเท็จจริงทางการเมืองแล้ว การถูกควบคุมตัวนั่นแหละคือ “จุดขาย” ที่ฝ่ายเสื้อแดงจงใจนำมาใช้เป็นประโยชน์ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเลือก ก่อแก้ว มาแทน ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ที่ โดนข้อหาก่อการร้ายอีกคนหนึ่ง แต่ขาดคุณสมบัติในเรื่องการมีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯไม่ครบกำหนดตามกฎหมายเลือก ตั้งเท่านั้นเอง ที่สำคัญเป็นการรู้กันล่วงหน้าอยู่แล้ว

    00 ดังนั้นการพูดว่าตัวเองเสียเปรียบว่าไม่ได้ออกมาหาเสียง นั้นเป็นการพูดแบบมั่วๆ เอาแต่ได้ และหวังผลทางการเมืองเพื่อสร้างกระแสจนนาทีสุดท้าย จงหวังทำลายฝ่ายตรงกันข้ามเท่านั้น เพราะอย่างที่บอกนั่นแหละการไม่ได้ออกมาจากคุกนั่นแหละคือกลยุทธหาเสียงชั้น ดีที่สุด และถ้าถามว่าถ้าเป็น ณัฐวุฒิ ลงสมัครแทนก่อแก้วละ จะชนะมั๊ย ก็ต้องบอกว่าผลคงไม่ต่างกันนัก เพราะนาทีนี้ความรับรู้ทางการเมืองของชาวบ้านและอารมณ์ความรู้สึกได้มีการ “ตัดสินใจ” เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ฝ่ายเสื้อแดงของทักษิณ เขาก็ “ซึมซับ” กันจนเข้ากระดูก ฝ่ายที่ “เกลียด” ก็เข้ากระดูกเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันฝ่ายที่เคยชอบ ทักษิณ และเสื้อแดง เมื่อผ่านเหตุการณ์เผาเมืองเมื่อเดือนเมษา-พฤษภา ก็ทำให้เกิดอารมณ์เปลี่ยน และนี่คือคำตอบว่าทำไม เพื่อไทย-เสื้อแดง ถึงแพ้เลือกตั้งซ่อม

    00 ที่นี้มาว่ากันต่อถึงเหตุการณ์ลอบวางระเบิด มาพูดถึงฝ่ายรัฐบาลบ้าง ถ้าถามว่ารัฐบาลสร้างสถานการณ์ขึ้นมาหรือไม่ ก็ต้องถามว่ามัน “คุ้มกันหรือไม่” กับการวางระเบิดกลาง เมืองในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ก็ต้องตอบว่าไม่น่าจะคุ้ม หรือสร้างเพื่อต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินต่อไปอีก ก็ต้องบอกว่าไม่คุ้มเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเป็นหน่วยงานอื่นที่อาจจะได้ประโยชน์ในเรื่องของการ “ใช้งบประมาณ” จากการประกาศใช้กฎหมาย “พิเศษ” ดังกล่าวนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง และเชื่อว่าในวันประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงจะให้มีการทบทวนยกเลิกในบางจังหวัด แต่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล รับรองไม่มีการยกเลิกเด็ดขาด

    00 ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มที่ต้องการแย่งชิงอำนาจกันในกองทัพ และมีแนวโน้มว่าฝ่ายของตัวเองอาจไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งให้อย่างเหมาะสม และอาจต้องลากยาวแบบไม่มีอนาคต จึงต้องป่วนให้เห็นอย่างน้อยก็เพื่อ “กันลืม” เอาไว้ก่อน ก่อนที่มีการทำบัญชีโยกย้ายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งยิ่งใกล้บางครั้งมันก็ยิ่งตึงเครียดไม่ใช่น้อยเหมือนกัน แม้ว่าจะมีการตกลงกันเรียบร้อยกันล่วงหน้า และรู้ว่า “พยัคฆ์บูรพา” ที่นำโดย “บิ๊กป้อม-ป๊อก” กินรวบอยู่แล้วก็ตาม และนี่คือการประเมินจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งก็ไม่น่าจะหนีไปจากความเป็นจริงเหล่านี้เท่าใดนัก !!

    โดย…ก้อนกรวด ASTVผู้จัดการออนไลน์

     
  • ronakorn 4:55 am on July 26, 2010 ลิงค์อ้างถึง
    Tags: ชะอม, ตะไคร้, ผมขาดชีวิตชีวา, ผมสวย, , ผักสวนครัว   

    ผมสวย ด้วยผักสวนครัว 

    ผมสวยด้วยผักสวนครัว

    ทราบหรือไม่ว่า พืชผักสวนครัวก็สามารถทำให้ผมดูสวยได้เหมือนกัน วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีมาบอก

    • ชะอม ถ้าผมขาดชีวิตชีวา แนะนำว่าให้ใช้สูตรชะอม โดยใช้ใบชะอมประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำสะอาด 3 ถ้วยจนเดือด กรองเอาแต่น้ำเขียว ๆ นำไปวางไว้ให้เย็น หลังจากสระผมสะอาดแล้ว นำผ้าขนหนูชุบน้ำชะอมพอหมาด ๆ เช็ดถูให้ทั่วศีรษะ จะช่วยคืนสภาพเส้นผมให้ดีขึ้นได้ และยังช่วยไม่ให้ผมแตกปลายอีกด้วย

    (More …)

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
แก้ไข
o
แสดง/ซ่อน ความคิดเห็น
t
ขึ้นข้างบน
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 43 other followers