อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

“มาร์ค” ยอมรับข้อตำหนิ นักการเมืองระดับชาติ มีส่วนสำคัญสร้างความขัดแย้งในสังคม ย้ำเห็นต่างทางความคิดได้ถือเป็นสิทธิ์ แต่ต้องไม่เกินขอบเขต กม.ขณะเดียวกัน วอน ปชช.อย่าสร้างความรุนแรง ยันปิดถนนหรือไม่ก็แก้ปัญหาให้เหมือนกัน เสียใจ จนท.รัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวยาเสพติด สั่งตรวจสอบเพิ่มความเข้มงวด พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อ

วันนี้ (7 มิ.ย.) ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “การเสริมสร้าง และเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจในทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ปกครองท้องที่” ซึ่งจัดโดยรัฐสภา ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และสถาบันพระปกเกล้า ว่า มีการพูดกันมากเรื่องปัญหาความขัดแย้ง เราขอรับข้อสังเกตของทุกคนที่ตำหนิพวกเราทุกคนที่เป็นนักการเมืองระดับชาติ ว่า มีส่วนสำคัญในการสร้างความขัดแย้ง แต่ตนขอยืนยันว่า ในส่วนของตนนับตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติม ไม่สร้างปัญหาความขัดแย้งทั้งด้วยการพูด หรือจากการกระทำใดๆ ทั้งสิ้ น ขอยืนยันว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างไม่จำเป็นต้องเป็นความขัดแย้งที่นำไปสู่ความแตกแยกเสมอไป ในระบอบประชาธิปไตยเราต้องยอมรับว่าความคิดเห็นแตกต่างกันได้ จะไปคาดหวังให้ฝ่ายค้านรัฐบาลเห็นตรงกันมันคงไม่เป็นธรรมชาติของการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย

หลักที่ตนยึดถือ ก็คือ ความแตกต่างทางความคิดเห็นต้องแสดงออกได้ แต่การแสดงออกต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ดังนั้น ใครจะตำหนิวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ก็ถือว่าเขามีสิทธิ์ แต่ต้องไม่เกินขอบเขตของกฎหมาย ถ้ามีการยุยงให้มีการทำผิดกฎหมาย เช่น ปิดถนนจลาจลไล่ล่า ไล่ฆ่าใครแบบนี้ไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือ ขอแรงจากท่านทั้งหลายในการช่วยกันดูและและทำความเข้าใจตรงนี้ ว่า เราคิดเห็นแตกต่างไม่เป็นไร แต่อย่าให้มันเกิดความรุนแรง การใช้สิทธิ์ ต่างก็ขอให้อยู่ในขอบเขตต้องอยู่ในขอบเขต หากเกินขอบเขตรัฐบาลเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ในการรักษากฎหมาย ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ซี่งต้องดูให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ใครที่มีปัญหา มีความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม มีเรื่องร้องเรียน สามารถสื่อสารมาถึงรัฐบาลได้ตลอด ทุกสัปดาห์ตนจะพยายามหาเวลาในการพบปะกลุ่มต่างๆ จึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องปิดถนนใดๆ ทั้งสิ้น ขอยืนยันกับทุกกลุ่ม ว่า ปิดหรือไม่ปิดถนนการแก้ไขปัญหาก็เหมือนกัน เราทราบว่ามีปัญหาก็จะแก้ไข ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลมีหน้าที่ทำงานให้ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะมาจากจังหวัดไหนภาคไหน ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร ก็พร้อมจะทำงานให้ พร้อมฟังเสียงสะท้อน ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์และจะเร่งแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ส่วนกระบวนการของสภาอย่าไปคาดหวังว่าจะเรียบร้อย 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ผมขอความร่วมมือจากฝ่ายค้านเพียงแค่ว่าเรื่องสำคัญๆ ของบ้านเมืองก็อยากจะให้ช่วยผ่านเรื่องเหล่านั้นไปจะได้มีประโยชน์กับ ประชาชน ส่วนการตรวจสอบก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้านทำได้อย่างเต็มที่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงปัญหายาเสพติด ว่า ยังไม่พอใจกับการทำงานการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ และที่น่าเสียใจที่สุดคือมีคนร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้ไปตรวจสอบและเพิ่มความเข้มงวดกวดขันให้มากขึ้น และจะจะผลักดันให้เรื่องนี้เดินหน้าต่อไป ส่วนปัญหาครอบครัว เด็ก รัฐจะให้ความสำคัญดูแลเด็กเล็ก เพื่อให้มีความพร้อมด้านร่างกาย สมอง ก่อนเด็กเข้าโรงเรียน ส่วนปัญหาประชาชนที่ไม่มีหลักประกันสังคม ตอนนี้กำลังพิจารณาเรื่องระบบการออม การสมทบเงิน สิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีบัตรประกันสังคม เพื่อให้ได้รับสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อจำกัดด้านการเงินการคลัง เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้น ปีหน้าจะเป็นปีที่งบน้อยกว่าปีปัจจุบัน ซึ่งเราจะไม่พบบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงขอความร่วมมือว่า ให้ไปดูเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เราต้องบริหารงานภายใต้งบที่จำกัด ถ้าท้องถิ่นไหนมีการถูกปรับลดงบทำให้มีปัญหา ได้ให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นรวบรวมตัวเลขมาเพื่อจัดงบประมาณ เพิ่มเติม ส่วนปีหน้าโครงการใหม่แทบไม่มีเลย เพราะเงินไม่มี รายการใหญ่ที่สุดจะเป็นเรื่องถนนหนทาง แหล่งน้ำ โรงเรียน สถานีอนามัย จะให้รายละเอียดมากที่สุดภายในเดือนนี้ จะได้ทราบว่าพื้นที่ต่างๆ ของท่านจะมีอะไรบ้าง จะได้ช่วยกันตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีการรั่วไหล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์